• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. จัดระเบียบผู้ค้าถนนข้าวสาร
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall/?fref=ts
35 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 88 ของผู้แสดงความคิดเห็น กรณี กทม. จะจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณถนนข้าวสาร โดยอนุญาตให้ผู้ค้าเปิดขายชั่วคราวระหว่างวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. นั้น การจัดระเบียบตามแนวทางดังกล่าวอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในบริเวณดังกล่าว ทั้งยังกีดขวางทางสัญจรของประชาชน ขณะที่ผู้ค้าในพื้นที่ที่ กทม. จัดระเบียบไปแล้วอาจใช้เป็นข้ออ้างในการกลับมาค้าขายใหม่
- ร้อยละ 12 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาจัดเก็บภาษีจากผู้ค้าบนทางเท้า โดยคำนวณจากรายได้ที่ได้รับ เพื่อนำไปใช้ในการดูแลพื้นที่ทางเท้า

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบผู้ค้าบนถนนข้าวสาร

 

2. ตำรวจ-กทม. เร่งระบายน้ำจากผิวจราจร
www.facebook.com/Dailynews
https://www.facebook.com/dailynewsonlinefan/?fref=ts
28 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ประสานขอความร่วมมือไปยัง กทม. ให้เร่งพร่องน้ำออกจากพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขังผิวจราจรโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรนั้น ทุกหน่วยงานควรประสานความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน รวมทั้งตำรวจจราจรควรออกมาอำนวยการจราจรบริเวณทางแยก
- ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ควรมีการตั้งหน่วยอาสาจราจร โดยจัดฝึกอบรม มีค่าตอบแทนและสวัสดิการ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการอำนวยความสะดวกในการจราจร เพราะกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมีไม่เพียงพอ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมพร้อมบุคลากรและอุปกรณ์ในการเร่งระบายน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. ตรวจสอบสภาพรถดับเพลิง
2 ฉบับ ข่าวสด, ไทยรัฐ
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมืองรผว.กทม. กล่าวกรณี มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 51/2559 เรื่องการดำเนินการกับของที่เก็บในเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรีและของที่ใช้เป็นยุทธภัณฑ์เพื่อบรรเทาสาธารณภัยว่า กทม.จะทยอยนำรถดับเพลิงและรถกู้ภัย 176 คันที่ส่งมาล็อตแรกเมื่อปี 49 ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่โกดังสินค้าของบริษัทเทพยนต์ แอโรโมทีฟอินดัสตรีส์ ต.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ไปจอดที่สถานีดับเพลิงบางแค ตลิ่งชัน สามเสน และลาดยาว ซึ่งมีพื้นที่รองรับได้ขณะเดียวกันสำนักงบประมาณ กทม. ได้จัดสรรงบกลาง เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมบำรุงรักษารถดับเพลิงและรถกู้ภัยล็อตนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการประกวดราคาหาผู้รับจ้าง คาดจะใช้เวลา 1-2 เดือน

- ส่วนกรณีบมจ.นามยงค์ เทอร์มินัล ทำหนังสือยืนยันค่าเช่าที่จอดรถดับเพลิงที่ท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 809 ล้านบาทนั้น จะเจรจาขอให้บมจ.นามยงค์ฯ คิดราคาให้เป็นไปตามความเหมาะสม โดยเริ่มคิดตั้งแต่ที่คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินช่วงเดือนธ.ค.57 จากนั้นจึงจะนำรถดับเพลิงออกมาซ่อมแซม ซึ่งสปภ.ได้เข้าไปประเมินค่าซ่อมแซมแล้ว ก่อนนำส่งไปยังสถานีดับเพลิง 35 สถานี และสถานีย่อยอีก 12 สถานี เพื่อใช้งานต่อไป

- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รป.กทม. กล่าวว่า ตนและคณะทำงานพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองโรงงานช่างกลสนค. ได้เดินทางไปยังโกดังเก็บสินค้าของบริษัท เทพยนต์ฯ เพื่อตรวจสอบสภาพรถดับเพลิงทั้งหมด จากการประเมินเบื้องต้น พบรถดับเพลิง 52 คันสามารถขับเคลื่อนได้ โดยเจ้าหน้าที่จะเริ่มทยอยนำรถออกจากโกดังมาเก็บไว้ที่สถานีดับเพลิงตลิ่งชัน สามเสน ลาดยาว บางแค จากนั้นจะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อจัดทำร่างประกวดราคากลางหาผู้รับจ้างมาซ่อมแซมรถทั้ง 176 คัน เบื้องต้นรถทุกคันจะต้องมีการเปลี่ยนยางรถ ส่วนรถดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง ซึ่งเก็บไว้ในโกดังของบมจ.นามยงค์ บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ตนและคณะทำงานจะเดินทางไปตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ในสัปดาห์นี้ เพื่อวางแผนขนย้ายรถออกจากพื้นที่และนำมาซ่อมแซมต่อไป


ผลกระทบ
- การตรวจสอบและนำรถดับเพลิง ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สปภ. มาใช้งาน


ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการตรวจสอบสภาพรถดับเพลิงและการเตรียมการซ่อมแซมรถดับเพลิงที่ชำรุด เพื่อนำมาใช้งาน

 

2. สั่งพักงาน ผว.กทม. เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
17 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์,ข่าวสด, แนวหน้า, มติชน, ไทยโพสต์, สำนักข่าวแห่งชาติ,สำนักข่าวไทย,กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ,คม ชัด ลึก, บ้านเมือง,โพสต์ทูเดย์, โลกวันนี้, M2F, News108,ผู้จัดการรายวัน 360°
รายละเอียด
- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม.ว่า เนื่องจากมีเรื่องทักท้วงจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และหน่วยงานตรวจสอบการทุจริต ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นการทุจริต แต่เป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่นๆ หากไม่มีความผิดก็สามารถกลับมาทำหน้าที่ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การออกคำสั่งดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯเพราะปัญหาน้ำท่วมต้องแก้ไขทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง และหากจะเอาผิดก็ต้องดำเนินการกับทุกจังหวัด เนื่องจากมีน้ำท่วมเกือบทุกพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาทุกหน่วยงานพยายามทำงานอย่างเต็มที่แล้ว แต่การแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ยังติดขัดปัญหาหลายอย่างที่ไม่สามารถดำเนินการได้

- นายอมร กิจเชวงกุล รผว.กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. แต่เชื่อว่าการทำงานของ กทม. จะไม่สะดุด เนื่องจาก รผว.กทม. แต่ละคนมีภารกิจที่ได้รับมอบหมายและแบ่งงานกันอย่างชัดเจน

- นายวสันต์ มีวงษ์ ทปษ.ของ ผว.กทม. โฆษกประจำตัวของ ผว.กทม. กล่าวว่าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร น้อมรับคำสั่งของ คสช. โดยหยุดการปฏิบัติหน้าที่ทันทีและพร้อมให้ตรวจสอบตามกฎหมายทุกกรณี เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานทางการเมือง


ผลกระทบ
- การบริหารราชการ กทม. ภายหลังมีคำสั่งพักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร


ข้อคิดเห็น
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การบริหารราชการภายหลังมีคำสั่งพักงาน ผว.กทม.

 

3. เสนอรายชื่อ ป.กทม. คนใหม่
2 ฉบับ ข่าวสด, คม ชัด ลึก
รายละเอียด
- นายพีระพงษ์ สายเชื้อ ป.กทม. กล่าวว่า ได้เสนอรายชื่อผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็นป.กทม. คนที่ 18 ให้กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. พิจารณาเรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้นางผุสดี ตามไท รผว.กทม.ในฐานะรักษาการผว.กทม. จะทำหน้าที่เป็นผู้พิจารณา พร้อมทั้งลงนาม ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป


ผลกระทบ
- การแต่งตั้งโยกย้ายและการบริหารงานบุคคลของ กทม.


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้บริหาร กทม. ระดับสูง

 

4. ชวนผู้ผลิตร่วมคัดสรรผลิตภัณฑ์ กทม.
1 ฉบับ แนวหน้า
รายละเอียด
- นายอรรถพร สุวัธนเดชา รป.กทม. เป็นประธานการประชุมระหว่างผู้บริหารสพส. กับหัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม 50 สำนักงานเขต ครั้งที่ 3/2559 โดยที่ประชุมได้รายงานผลการลงทะเบียนแสดงความจำนงเข้าร่วมคัดสรรผลิตภัณฑ์ กทม. (Bangkok Brand) ซึ่งมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.-31 ก.ค.59 รวมทั้งสิ้น 114 ราย แบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ อาหาร 19 ราย เครื่องดื่ม 5 ราย ผ้าและเครื่องแต่งกาย 44 ราย ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก 29 ราย และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 17 ราย

- กทม. ขอเชิญชวนผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ลงทะเบียนแสดงความจำนงเข้าร่วมคัดสรร ผลิตภัณฑ์ กทม. ตั้งแต่บัดนี้-วันที่ 30 ก.ย.นี้ณ ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรจะได้รับเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ กทม. (Bangkok Brand) เพื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ต่อไป


ผลกระทบ
- การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของ กทม. (Bangkok Brand)


ข้อคิดเห็น
-สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ผลิตและผู้ประกอบการเข้าร่วมคัดสรรผลิตภัณฑ์ กทม. (Bangkok Brand)

 

5.ปรับภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง
1 ฉบับ เดลินิวส์
ราละเอียด
- นายวันชัย ถนอมศักดิ์ ผอ.สผม.กล่าวว่า กทม.จะดำเนินการปรับปรุงบ้านเรือนและอาคารเก่าแก่ริมคลองโอ่งอ่างให้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต สร้างเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยจะปรับปรุงสะพานภานุพันธ์ สะพานดำรงสถิต สะพานหัน และสะพานบพิตรพิมุขให้คงคุณค่าตามหลักสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ จะจัดทำทางเดินริมคลองสองฝั่งคลองรวม 1.5 กิโลเมตร ปรับปรุงระบบระบายน้ำไม่ให้บ้านเรือนริมคลองปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองโดยตรง และในอนาคตจะจัดทำระบบคมนาคมภายในคลอง เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทาง
- กทม.ได้เสนอแผนการทำงาน เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณสนันสนุนจากรัฐบาลหากได้รับการจัดสรรงบประมาณจะเร่งพัฒนาคลองทันที นอกจากนี้ กทม. ได้ดำเนินการเบื้องต้น โดยขอความร่วมมือประชาชนที่มีอาคารบ้านเรือนในแนวปรับปรุงอาคารโดยคำนึงถึงรูปแบบอาคารบ้านเรือนดั้งเดิม การต่อเติมบ้านเรือนจะต้องคงความเป็นบ้านประวัติศาสตร์เอาไว้ในพื้นที่


ผลกระทบ
- กทม. ได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ริมคลองโอ่งอ่าง โดยจัดการปัญหาผู้บุกรุกพื้นที่ ซึ่งตามแผนจะต้องปรับภูมิทัศน์พื้นที่เพื่อให้เกิดความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการจัดระเบียบบริเวณคลองโอ่งอ่างและการปรับปรุงเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต

 

6. ดึงเอกชนเพิ่มรถแท็กซี่คนพิการ
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการ ผอ.บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) กล่าวถึงการดำเนินโครงการรถแท็กซี่โดยสารสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็น (วีลแชร์) ว่า จากที่ปัจจุบันกทม. มีรถแท็กซี่โดยสารให้บริการแก่ผู้พิการ 30 คัน ขณะนี้มีบริษัทแท็กซี่ของเอกชนที่ร่วมทำ CSR โดยนำรถแท็กซี่มาร่วมดัดแปลงให้บริการอีกทางหนึ่ง แต่การให้บริการอาจไม่สะดวกเท่ารถตู้เนื่องจากไม่สามารถทำทางขึ้นลงสำหรับรถเข็นได้จึงต้องใช้วิธีอุ้มผู้ป่วยและผู้พิการแทน ซึ่งทั้งญาติและผู้ขับรถสามารถทำได้เอง

- ในอนาคตหากเอกชน หรือหน่วยงานใดสนใจที่จะร่วมทำเพื่อสังคมในรูปแบบดังกล่าว กทม.ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ เพื่อให้มีรถบริการให้ครบ 100 คัน ตามเป้าหมายของ กทม. เนื่องจากต้องการใช้งานจำนวนมาก อีกทั้งผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น โดย กทม.ยังไม่มีแผนจัดเก็บค่าโดยสาร ทั้งในส่วนของค่าบริการและค่าเรียกใช้


ผลกระทบ
-ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. 59 มีผู้เรียกใช้บริการ รวม 9,587 ครั้ง เฉลี่ยให้บริการประมาณ 1,597 ครั้ง/เดือน จากจำนวนรถให้บริการ 30 คัน สถานที่เป้าหมายการเดินทาง มากที่สุด คือ โรงพยาบาล รองลงมา ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าตลาด ศูนย์คนพิการ บ้านเพื่อนหรือญาติ วัด โบสถ์ สถานที่ราชการสถาบันการศึกษา


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาคเอกชนร่วมสนับสนุนการจัดทำโครงการรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ

 

7. เดินเรือคลองผดุงฯ ก.ย.นี้
2 ฉบับมติชน, แนวหน้า
รายละเอียด
-พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กทม.จะเริ่มนำร่องให้บริการเรือโดยสารในคลองผดุงกรุงเกษม จากท่าเรือหัวลำโพง-ท่าเรือเทเวศร์ ระยะทาง 5 กิโลเมตร ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีขอขอบคุณ กทม. ที่นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผล โดยขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน คำนึงถึงความสะดวกของประชาชน รวมทั้งกำชับให้ดูแลสภาพเรือและจิตสำนึกของคนขับ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นอกจากนี้ ขอให้พิจารณาเรื่องการฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย เช่น การขายสินค้า อาหารในเรือ การเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย


ผลกระทบ
-การระบายการจราจรทางถนนที่คับคั่งจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตามนโยบายของ นายกรัฐมนตรี


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมนำร่องให้บริการเรือโดยสารในคลองผดุงกรุงเกษม

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เร่งระบายน้ำท่วมขังผิวจราจร
www.facebook.com/Thairath
https://www.facebook.com/ThairathFan
97 ความเห็น
- ร้อยละ 59 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่าเมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 24 ส.ค. 59 มีฝนตกหนักนานกว่า 1 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพฯ และจ.นนทบุรี ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังผิวจราจรหลายจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำจนสถานการณ์เป็นปกตินั้น กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมที่มีปัญหาในการระบายน้ำ
- ร้อยละ 41 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากฝนตกหนังต่อเนื่องก็จะมีน้ำท่วมขังผิวจราจรเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นที่ต่ำ รวมทั้งมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำไหล ตลอดจนการทิ้งขยะไม่เป็นที่ทำให้ไปอุดตันท่อระบายน้ำ

www.facebook.com/Dailynews
https://www.facebook. com/dailynewsonlinefan?fref=ts
81 ความเห็น
- ร้อยละ 86 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตเหตุใดเมื่อมีฝนตกต่อเนื่องในกรุงเทพฯ จึงมีปัญหาน้ำท่วมขังผิวจราจรทุกครั้ง
- ร้อยละ 14 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่องจะมีน้ำท่วมขังผิวจราจรเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากมีขยะอุดตันท่อระบายน้ำ ขณะที่ระบบอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ของ กทม.ยังไม่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันการระบายน้ำสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น แสดงว่า กทม.มีการพัฒนาประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

ข้อเสนอแนะ
สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำรอระบายในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2. ตรวจสอบคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ
www.facebook.com/NationTV22
https://www.facebook.com/NationChannelTV?fref=nf
57 ความเห็น
- ร้อยละ 88 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี กทม.ตรวจสอบคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ พบว่าปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์มีค่าเกินมาตรฐาน โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณรถยนต์บนถนนที่เพิ่มขึ้น การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม การปิ้งย่างอาหารด้วยเตาถ่านของร้านค้าบนทางเท้า ปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความหนาแน่นของประชากรในเขตเมือง การใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ปัญหาการจราจรติดขัด ฯลฯ
- ร้อยละ 22 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม.ควรนำแนวทางการพัฒนาเมืองของประเทศสิงคโปร์มาเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะการจัดพื้นที่เพื่อสร้างกิจกรรมใหม่ๆ และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้ประชาชน รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น

ข้อเสนอแนะ
สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการลดมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.แผนรื้อย้ายชุมชนป้อมมหากาฬ
8 ฉบับไทยรัฐ, เดลินิวส์,ข่าวสด, มติชน, ไทยโพสต์, สยามรัฐ,สำนักข่าวไทย, M2F
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รผว.กทม. กล่าวหลังประชุมรื้อย้ายบ้านเรือนชุมชนป้อมมหากาฬร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า บ้านเรือนในป้อมมหากาฬที่ต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่มีจำนวนทั้งสิ้น 56 หลังคาเรือน ตามแผนการรื้อย้ายมีเบื้องต้น 13 หลังคาเรือน ที่ประชาชนเข้าใจและยินยอมย้ายออกจากพื้นที่ โดย กทม.จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.สำราญราษฎร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม 255 นาย จะเข้าดำเนินการรื้อย้ายในวันที่ 3-4 ก.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. จำนวน 10 หลังคาเรือน ซึ่ง กทม.ได้ประสานการไฟฟ้านครหลวง เพื่อตัดไฟฟ้าในบ้านเรือนที่จะรื้อย้ายเพื่อความปลอดภัยในการทำงานและเร่งรื้อย้ายตลอดทั้งวัน เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 2 วันไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่

- ส่วนบ้านเรือนที่เหลือ กทม.จะใช้หลักสันติในการเจราจากับประชาชน เพื่อย้ายออกจากพื้นที่และเร่งการรื้อย้าย กำหนดแผนการรื้อย้ายบ้านเรือนทั้งหมดภายในป้อมมหากาฬ ต้องดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปี 59 เพื่อจัดทำเป็นสวนสาธารณะเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและจะอนุรักษ์บ้านเรือนไม้โบราณ รวมทั้งจะปรับปรุงพื้นที่เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์

- นางภารนี สวัสดิรักษ์ เครือข่ายประชาสังคมและนักวิชาการเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูเมือง พร้อมสมาชิกยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยขอให้นายกรัฐมนตรีอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2535 สั่งการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ พหุภาคีที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนบนพื้นฐานความเป็นธรรมาภิบาล และขอให้ศึกษาผังเมืองและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบ้านไม้โบราณในสมัยรัชกาลที่ 3 ในชุมชน เพื่อปรับใช้เป็นแนวทางการทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำใหม่อยู่แล้ว


ผลกระทบ
-แผนการรื้อย้ายชุมชนบริเวณป้อมมหากาฬ


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในการดำเนินการตามแผนการรื้อย้ายชุมชนบริเวณป้อมมหากาฬ เพื่อปรับปรุงพื้นที่เป็นสวนสาธารณะ

 

2.แก้ปัญหามลพิษทางอากาศ
3 ฉบับข่าวสด, ไทยโพสต์, สยามรัฐ
รายละเอียด
-นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สสล. กล่าวว่า กทม.ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงเพิ่มเติม 50 สถานี ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่ของกรุงเทพฯ และได้ดำเนินมาตรการลดมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสำนักงานเขต 50 เขต เข้มงวดการตั้งจุดตรวจจับรถยนต์ควันดำบริเวณริมถนน เพิ่มจำนวนรถดูดฝุ่นและเพิ่มความถี่การล้างถนน พร้อมให้เขตกำชับรถบรรทุกล้างล้อรถก่อนออกจากบริเวณที่มีการก่อสร้าง และต้องมีผ้าใบปิดคลุม เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย ส่วนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดถนนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดหน้าบ้านของตน รวมถึงผู้ค้าริมบาทวิถีต้องทำความสะอาดทุกครั้งที่ประกอบการค้าขาย

-จากการตรวจวัดในรอบ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 59 พบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน มีค่าเกินมาตรฐาน ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน มีค่าเกินมาตรฐาน ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์มีค่าเกินมาตรฐาน ยกเว้นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อเปรียบเทียบกับผลการตรวจวัดในช่วงเวลาเดียวกัน ช่วง พ.ค.-ก.ค.58 พบมีปัญหาฝุ่นละอองเช่นเดียวกัน


ผลกระทบ
-สาเหตุหลักของฝุ่นละอองมาจากรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนน ด้วยปริมาณรถยนต์บนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัญหาการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ รวมถึงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าและปัญหาจากโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้การปิ้งย่างอาหารด้วยเตาถ่านบริเวณริมทางเท้ายังก่อให้เกิดสารอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งจะเปลี่ยนรูปเป็นโอโซนที่เป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจอีกด้วย
-การรักษาสภาพแวดล้อมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน


ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการลดมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

3.50 เขต 50 แหล่งท่องเที่ยว
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
- น.ส.ปราณี สัตยประกอบ ผอ.สวท. กล่าวถึงความคืบหน้า “โครงการ 50 เขต 50 แหล่งท่องเที่ยว” ว่า ขณะนี้สำนักงานเขตได้ทยอยส่งรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวมายัง สวท. แล้วประมาณ 30 เขต คาดจะส่งรายชื่อโครงการครบทั้ง 50 เขตภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยโครงการที่แต่ละเขตนำเสนอจะเน้นการท่องเที่ยวในเขตนั้นๆ และสร้างเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเที่ยวได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันให้ชาวชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการจัดการดูแล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ในชุมชนอีกทางหนึ่ง พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

-เมื่อแต่ละสำนักงานเขตเสนอสถานที่ท่องเที่ยวมาแล้ว สวท. จะคัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวอีกครั้ง ก่อนจะเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ ตามแต่ละเส้นทาง เพื่อหาความเหมาะสมในแต่ละเขตก่อนจัดทำเป็นข้อมูลในลักษณะ “วันเดย์ทริป” สำหรับนักท่องเที่ยว


ผลกระทบ
-การกระตุ้นการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ของชาวไทยและชาวต่างชาติให้สามารถท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก จากที่เคยท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวด้วยตนเอง


ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดโครงการ 50 เขต 50 แหล่งท่องเที่ยว

 

4.มอบโล่ กทม. บัตรเสียประชามติน้อยที่สุดในประเทศ
1 ฉบับสำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายสมภพ ระงับทุกข์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) พร้อมด้วยกกต.กทม. และนายอนุชิต ปราสาททอง ผอ.การเลือกตั้งประจำ กทม. จัดพิธีมอบโล่พร้อมประกาศเกียรติคุณ โครงการประชารัฐร่วมใจเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้กับสำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติจำนวนมาก โดยมอบโล่พร้อมประกาศเกียรติคุณเป็นกรณีพิเศษแก่ กทม. ซึ่งเป็นเขตออกเสียงเดียวในประเทศที่สามารถบริหารจัดการการออกเสียงประชามติในส่วนของบัตรเสียได้ตามที่ กกต. กำหนด โดยมีบัตรเสียน้อยที่สุดในประเทศเพียงร้อยละ 1.53

-หน่วยงานที่สามารถบริหารจัดการการออกเสียงประชามติที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงมาก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เขตที่มี 1-110 หน่วยออกเสียง มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นอันดับ 1-3 คือ เขตทวีวัฒนา พญาไท และสะพานสูง กลุ่มที่ 2 เขตที่มี 111-150 หน่วยออกเสียง มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นอันดับ 1-3 คือ เขตหลักสี่ ลาดพร้าว และตลิ่งชัน และกลุ่มที่ 3 เขตที่มี 150 หน่วยออกเสียงขึ้นไป มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นอันดับ 1-3 คือ เขตบางเขน จตุจักร และบึงกุ่ม นอกจากนี้ยังได้มอบประกาศเกียรติคุณให้หน่วยงานที่สามารถบริหารจัดการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย สุจริตและเที่ยงธรรม ได้แก่ สำนักงานเขต กทม. ทั้ง 50 เขต


ผลกระทบ
-การจัดการประชามติของ กทม. แม้ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิน้อยกว่าจังหวัดอื่น แต่มีจำนวนบัตรเสียน้อยที่สุดในประเทศและเป็นไปตามที่ กกต.กำหนด


ข้อคิดเห็น
- สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการจัดการออกเสียงประชามติในกรุงเทพฯ

 

5.เตรียมเปิดตลาดใต้สถานีแอร์พอร์ตลิงก์
1 ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
-รายงานข่าวความคืบหน้าการจัดระเบียบหาบเร่ แผงลอยบริเวณประตูน้ำ ถนนราชปรารภ ถนนสีลม และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่ง กทม. กำหนดไม่ให้ ทำการค้าในทั้ง 4 จุด จำนวนผู้ค้า 1,183 ราย โดย กทม.ได้เตรียมพื้นที่รองรับ ซึ่งร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยนายเฉลิมชัย เขียวประดิษฐ์ ผอ.กองอำนวยการตลาดนัด กทม. รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย (มท.) ถึงการจัดตลาดแห่งใหม่บริเวณพื้นที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ โดยใช้ชื่อว่า "ตลาด 2 สถานี" รับผิดชอบโดยกองอำนวยการตลาดนัด กทม.พื้นที่ตั้งของตลาดอยู่ในเขตราชเทวี บริเวณระหว่างสถานีราชปรารภและสถานีพญาไท ขนาดพื้นที่ 5,637 ตารางเมตร โดยจะเริ่มดำเนินการในเดือน ก.ย.นี้ ทำการค้าตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. ในช่วงกลางวัน จะเป็นตลาดนัดในรูปแบบซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม ประเภทสินค้า เสื้อผ้า อาหาร เบ็ดเตล็ด ช่วงกลางคืนเป็นแบบตลาดโต้รุ่ง

-การบริหารจัดการจะเป็นการทำสัญญาเช่าที่ดินกับ ร.ฟ.ท. ในระยะยาว โดย สนย. ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ตามแบบของ ร.ฟ.ท. ซึ่ง มท. กำชับให้เน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องว่ามีการย้ายผู้ค้ามาทำการค้าในจุดดังกล่าวและกำชับเจ้าหน้าที่กำกับดูแลควบคุมไม่ให้มีการค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา และผู้ค้าต่างด้าว โดยจะปรับพื้นที่เพื่อทำการค้าให้แล้วเสร็จเตรียมรองรับผู้ค้าที่กำหนดให้ยกเลิกขายในจุดเดิมในเดือน ก.ย.นี้


ผลกระทบ
-นโยบายจัดระเบียบผู้ค้าในกรุงเทพฯ
-การจัดหาสถานที่รองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ


ข้อคิดเห็น
-กองอำนวยการตลาดนัด กทม. สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดตลาดแห่งใหม่บริเวณพื้นที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เพื่อรองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้า

 

6.ออกแบบเมืองอัจฉริยะ
1 ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
-พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน กล่าวเปิด โครงการออกแบบเมืองอัจฉริยะว่า โครงการดังกล่าวเป็นการเดินหน้าพัฒนาและสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะต้นแบบ เพื่อลดการใช้พลังงานโดยการจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าหมายไว้ประเทศไทยจะต้องสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 20-25 ภายในปี 73 โดยขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการนำรถไฟฟ้าเข้ามาใช้ในประเทศไทย และการเตรียมความพร้อมสถานีชาร์ตกิ้ง การดูแลระบบแบตเตอรี่ ตั้งเป้าหมายในปี 60 จะต้องมีสถานีชาร์ตกิ้ง เพื่อเป็นต้นแบบในการบริการ

-นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานสถาบันอาคารเขียวไทย กล่าวว่า โครงการออกแบบเมืองอัจฉริยะเน้นการออกแบบพัฒนาการประหยัดพลังงานในอาคารหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ชุมชนต้นแบบที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมไม่น้อยกว่า 1 ล้านตารางเมตร หรือมีความต้องการไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 15 เมกะวัตต์ มีจำนวนประชากรไม่น้อยกว่า 30,000 คน โดยสถาบันฯ จะสำรวจความเห็นและจำนวนเนื้อที่ของอาคารภายในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดมีพื้นที่ตามเกณฑ์หรือไม่ หากไม่มีจะต้องลดสัดส่วนลงมา โดยผู้ที่จะเข้าประกวดออกแบบเมืองอัจฉริยะจะต้องออกแบบตามหลักเกณฑ์และองค์ประกอบเบื้องต้นตามที่สถาบันฯ กำหนด ทั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเพียงบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและชุมชนหลังสวนที่เข้าเกณฑ์จะปรับปรุงพื้นที่และพัฒนาให้เป็นเมืองต้นแบบอัจฉริยะได้ ซึ่งจะออกแบบพัฒนาบริหารจัดการทรัพยากรของเมือง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม


ผลกระทบ
-เมืองที่จะเป็นเมืองอัจฉริยะต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดรูปแบบและพื้นฐานโครงสร้างของเมือง เช่น ระบบขนส่ง ระบบราง 2) การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างเต็มศักยภาพ และ 3) การพัฒนาด้านนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ และมีคุณลักษณะที่ดีของการเป็นเมืองอัจฉริยะจะต้องเกิดการพัฒนา 7 ด้าน ได้แก่พลังงาน การสัญจร ชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ อาคาร และการปกครอง


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนโครงการออกแบบเมืองอัจฉริยะ

 

7.แผ่นดินไหวพม่า-กรุงเทพฯ รับรู้แรงสั่นสะเทือน
15 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์,ข่าวสด, แนวหน้า, มติชน, ไทยโพสต์, สำนักข่าวแห่งชาติ,สำนักข่าวไทย,กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ,คม ชัด ลึก, บ้านเมือง,โพสต์ทูเดย์, M2F,ผู้จัดการรายวัน 360°
รายละเอียด
-สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพี รายงานเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงบริเวณตอนกลางของประเทศพม่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 59 เวลา 17.34 น. ตามเวลาในไทย โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) แจ้งว่าสามารถวัดแรงสะเทือนได้ 6.8 แมกนิจูด มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเมกถิลา ของพม่าไปทางตะวันตกราว 143 กิโลเมตร (กม.) และอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 84 กม. เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

-นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า การเกิดแผ่นดินไหวที่พม่าทำให้ประชาชนในหลายจังหวัดรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย จุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ ตรวจสอบตามแผ่นที่ทางธรณีศึกษา พบมาจากรอยเลื่อนอรากัน เป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพลัง ยาวพาดตอนบนของพม่าลงไปสู่ทะเล ที่ผ่านมารอยเลื่อนแห่งนี้ปล่อยพลังออกมาบ่อยครั้งและเป็นรอยเลื่อนเดียวกับที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว จนทำให้เกิดสึนามิในปี 47 แต่การปล่อยพลังไม่มากเท่าครั้งนี้ ส่วนในกรุงเทพฯ แม้จะอยู่ห่างจุดศูนย์กลางไปกว่า 900 กิโลเมตร แต่เนื่องจากตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน หรือชั้นโคลนดินทะเล เมื่อคลื่นแผ่นดินไหววิ่งผ่านจะส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทันที ทำให้ตึกสูงหลายแห่งรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนด้วย อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ เพราะแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนที่ทุกวันมากน้อยต่างกันไป

-กรณีการเกิดแผ่นดินไหวที่พม่าไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศอิตาลี เนื่องจากพม่ากับอิตาลีอยู่คนละแผ่นเปลือกโลก ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน แต่อาจเคลื่อนที่พร้อมกันได้ ส่วนประเทศไทยยังไม่สามารถระบุได้ว่าผลกระทบจากการเคลื่อนที่ของรอยเลื่อนสะแกงจะส่งผลต่อรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์หรือไม่ แต่ผลที่ตามมาอาจมีบ้าง เช่น การเกิดหลุมยุบ จึงต้องมีการเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีโพรงอยู่ใต้ดิน หรือบริเวณถ้ำ


ผลกระทบ
-แผ่นดินไหวที่พม่า ทำให้คนที่อยู่ในตึกสูงหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เช่น สามย่าน สาทร อโศก สีลม ประชาชื่น ฯลฯ ต่างรู้สึกถึงการสั่นไหว
-ความปลอดภัยโครงสร้างอาคารรองรับเหตุแผ่นดินไหว


ข้อคิดเห็น
-สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การให้ความรู้ประชาชนและเจ้าของอาคารเพื่อรองรับเหตุแผ่นดินไหว

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. จัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าถนนข้าวสาร
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
48 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 88 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การจัดระเบียบผู้ค้าแผงลอยบนถนนข้าวสาร ซึ่งกลุ่มผู้ค้าบางส่วนไม่ยอมรับมาตรการจัดระเบียบของ กทม. หาก กทม. ยอมผ่อนปรนตามข้อเรียกร้องของผู้ค้าแผงลอยเท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายมีอำนาจต่อรอง และปล่อยให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ใช้ทางเท้าและนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนต่อไป รวมถึงอาจทำให้ผู้ค้าในพื้นที่ที่เคยจัดระเบียบไปแล้ว ยื่นข้อเสนอแบบเดียวกันบ้าง กทม. จึงควรเดินหน้าจัดระเบียบทางเท้าบริเวณถนนข้าวสารตามแนวทางที่วางไว้โดยไม่ต้องผ่อนปรนให้ผู้ค้า
- ร้อยละ 12 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าของ กทม. ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ซึ่งควรจัดหาพื้นที่ค้าขายในอาคารบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เดิมให้ผู้ค้าเข้าไปค้าขายและเสียค่าเช่าอย่างถูกต้อง

www.facebook.com/PostToday
https://www.facebook.com/Posttoday?fref=nf
20 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 67 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หาก กทม. ผ่อนปรนให้ผู้ค้าแผงลอยบนถนนข้าวสารจะทำให้การจัดระเบียบพื้นที่อื่นๆ ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากผู้ค้าจะอ้างข้อเสนอแบบเดียวกันบ้าง ทั้งนี้ กทม. ควรเร่งดำเนินการจัดระเบียบ เพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชนในการสัญจรและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง
- ร้อยละ 33 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ทุกฝ่ายควรหาทางออกที่ยอมรับได้ร่วมกันในการจัดระเบียบทางเท้า อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาจับปรับผู้ซื้อสินค้าที่จำหน่ายบนทางเท้า ข้อหาสนับสนุนผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามแผนจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนถนนข้าวสาร

 

2. จัดระเบียบผู้ค้าหน้าสยามสแควร์
www.facebook.com/อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก
https://www.facebook.com/overhyp/?fref=nf
233 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 71 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกตเหตุใด กทม. จึงขยายเวลาการจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าบริเวณสยามสแควร์ออกไปอีก ทั้งที่ผู้ค้าบริเวณดังกล่าวตั้งแผงค้ากีดขวางทางสัญจร สร้างความสกปรกและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยให้พื้นที่ รวมถึงประชาชนต้องลงไปยืนรอรถโดยสารประจำทางบนผิวจราจร
- ร้อยละ 29 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การที่ กทม. ขยายเวลาการจัดระเบียบออกไป เพื่อให้ผู้ค้ามีเวลาเตรียมตัวเข้าไปค้าขายในสถานที่ใหม่ ขณะที่ประชาชนต้องไม่อุดหนุนสินค้าที่จำหน่ายบนทางเท้า

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าบริเวณสยามสแควร์และการเตรียมสถานที่รองรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ดึงวินจยย. อาสาแจ้งข่าวยาเสพติด
4ฉบับ ข่าวสด, ไทยโพสต์, สำนักข่าวไทย, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-นางผุสดี ตามไท รผว.กทม. กล่าวเปิดโครงการสร้างเครือข่ายผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะอาสาแจ้งข่าวสารด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และยาเสพติด โดยมีผู้ประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในเขตบางคอแหลม 94 วิน รวม 2,100 คน เข้าร่วมว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะในการแจ้งข่าวสารด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และยาเสพติด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ภาครัฐได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเพื่อดำเนินการตามอำนาจได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ โดยจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกเครือข่ายเกี่ยวกับการสังเกตวัตถุต้องสงสัยและการจดจำรูปพรรณสัณฐานของบุคคล รวมถึงการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ เพื่อค้นหาผู้เสพและส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูและดูแลต่อไป


ผลกระทบ
-การสร้างจิตสำนึกของทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง ความปลอดภัยและยาเสพติดในพื้นที่ กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสร้างเครือข่ายในการแจ้งข่าวสารด้านความมั่นคง ความปลอดภัยและยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2.บูรณาการแก้ปัญหาจราจร
1ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายอมร กิจเชวงกุล รผว.กทม. กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯว่า การเพิ่มโครงข่ายถนนสายหลักสายรองต่างๆ ให้เพียงพอกับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพฯ ทำได้ค่อนข้างยากเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลกการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ การดำเนินการต่อยอดคือต้องเพิ่มการเชื่อมต่อการขนส่งหลักด้วยระบบฟีดเดอร์ (Feeder) หรือการขนส่งระบบมวลชนรองหรือระบบเชื่อมต่อ เพื่อขนประชาชนตามจุดต่าง ๆ เข้าสู่ระบบหลักให้มากและสะดวกที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการในหลายส่วนทั้งระบบรถ เรือ และราง

-นายศักดิ์ชัย บุญมาผอ.กองจัดกรรมสิทธิ์ สนย. กล่าวว่า ปัจจุบันถนนในกรุงเทพฯมีประมาณร้อยละ10 ของพื้นที่ หรือราว150ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.)ทั้งที่ตามผังเมืองกรุงเทพฯ ควรมีพื้นที่ถนนร้อยละ 20 ของพื้นที่ หรือ 300ตร.กม.ซึ่งในอีกร้อยละ 10 ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างขณะนี้ดำเนินการได้ค่อนข้างช้า เนื่องจากการเวนคืนใช้งบประมาณสูงจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นประกอบกับมีประชาชนตั้งบ้านเรือนส่งผลให้ดำเนินการได้ยากขึ้น

-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้นและตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไปจะมีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการปีละ 1 เส้นทาง หรือบางปีอาจมี 2-3 เส้นทาง ส่วนมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์อาจต้องเป็นมาตรการสุดท้ายที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาจราจร เพราะปัจจุบันระบบขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้ายังไม่สมบูรณ์ ไม่ครอบคลุม และยังไม่เปิดให้บริการทุกเส้นทาง แต่เมื่อเปิดครบ 10 สาย ตามแผนแม่บทระยะแรก ปี 2565 จะพิจารณานำมาตรการการจำกัดการใช้รถยนต์มาบังคับใช้ต่อไป


ผลกระทบ
-การแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ
-การส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเพิ่มโครงข่ายถนนและขยายปรับปรุงซอยต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

3.พิจารณาแนวทางบริหารรถ BRT
1ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
-นายอมร กิจเชวงกุล รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) ว่า การศึกษาแนวทางในการดำเนินโครงการในอนาคต หลังจากสิ้นสุดสัญญาจ้างการบริหารจัดการในเดือน มี.ค. 60 เบื้องต้นคาดโครงการดังกล่าวจะดำเนินการต่อไป เนื่องจากภารกิจของ กทม.ที่ต้องสร้างขนส่งมวลชนระบบรอง(Feeder) เพื่อเชื่อมกับระบบขนส่งหลักในอนาคต

-จากการศึกษาของบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) มี 3 แนวทาง ได้แก่ (1) ปรับเปลี่ยนรูปแบบ จาก BRT เป็นรถไฟฟ้ารางเบา (โมโนเรล) ในเส้นทางดังกล่าว (2) ปรับเปลี่ยนรูปแบบจาก BRT เป็นรถรางไฟฟ้าหรือแทรม (Tram) ซึ่งเป็นรถรางที่สามารถจอดชาร์จไฟฟ้าในจุดต่างๆ ได้ และ (3) ใช้รูปแบบเดิมของรถBRT แต่จะปรับปรุงหรือยกระดับเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาควรปรับแก้หรือเพิ่มในจุดใดคาดจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ก่อนสิ้นสุดสัญญาจ้าง เพื่อไม่ให้กระทบกับการให้บริการประชาชน


ผลกระทบ
-แผนบริหารจัดการโครงการรถ BRT


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงแนวทางบริหารจัดการรถ BRT

 

4.เหตุเพลิงไหม้เรือตรวจการณ์
1ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผอ.สนท. กล่าวชี้แจงกรณี สนท. จัดซื้อเรือตรวจการณ์อเนกประสงค์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาดกำลังไม่น้อยกว่า 450 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์ 1 ลำ งบประมาณ 26.5 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 58แต่ระหว่างนำเรือจากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยามาส่งมอบที่กรุงเทพฯ ได้เกิดปัญหาไฟไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ ทำให้ไม่สามารถนำเรือมาส่งมอบได้ว่า เรือดังกล่าวมีปัญหาระหว่างตรวจรับเรือ โดยพบแอร์ภายในเรือไม่เย็น จึงได้ติดต่อบริษัทฯ ผู้ต่อเรือ ให้นำเรือกลับไปแก้ไข ต่อมาทราบว่าระหว่างที่บริษัทนำเรือกลับมาส่งให้กับ กทม. ภายหลังแก้ไขระบบแอร์แล้วเสร็จ ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้เครื่องยนต์ ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรออะไหล่และอุปกรณ์ที่สั่งจากประเทศจีนมาซ่อมแซมเครื่องยนต์ ยืนยันการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระบบ (e-Auction) ตามขั้นตอนระเบียบราชการทุกขั้นตอน


ผลกระทบ
-การจัดซื้อเรือตรวจการณ์อเนกประสงค์ เพื่อทดแทนเรือลำเก่าที่ปลดประจำการและใช้เป็นเรือสำหรับผู้บริหาร กทม. และคณะในการตรวจพื้นที่


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เหตุผลและความจำเป็นในการจัดซื้อเรือตรวจการณ์อเนกประสงค์

 

5.ตรวจสอบความปลอดภัยโรงภาพยนตร์
1ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.กองควบคุมอาคาร สนย. กล่าวว่า กทม. ได้ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของโรงภาพยนตร์อย่างเข้มงวด โดยในกรุงเทพฯมีโรงภาพยนตร์330 โรง ในอาคารรวม 39 อาคาร ซึ่งกทม.ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยละเอียดทุกอาคาร พบทั้ง 330 โรงภาพยนตร์ มีสภาพไม่ปลอดภัย โรงภาพยนตร์ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย พ.ร.บ.ในกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยของอาคารโรงมหรสพ และพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ทั้งสิ้น

-หลังการตรวจสอบกทม.ได้ทำหนังสือด่วน แจ้งไปยังเจ้าของอาคาร ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ ต่าง ๆ ให้ดำเนินการแก้ไขทุกจุดให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กำหนดระยะเวลาการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 ก.ย.นี้ จากนั้น กทม.จะเข้าตรวจสอบโรงภาพยนตร์ทุกแห่งอีกครั้ง หากยังพบส่วนที่ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการ เจ้าของอาคารไม่แก้ไขตามข้อกำหนด กทม.จะดำเนินการตามกฎหมาย เพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโรงมหรสพ และสั่งระงับการใช้โรงภาพยนตร์นั้นๆ ทันที

ผลกระทบ
-โรงภาพยนตร์เป็นสถานที่ที่ประชาชนใช้งานร่วมกันจำนวนมากและเป็นที่ปิดทึบ หากไม่มีระบบป้องกันภัยที่เหมาะสม เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรืออันตรายใดๆ ขึ้นจะสร้างความเสียหายและเกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้งานอย่างมาก


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการตรวจสอบความปลอดภัยของโรงภาพยนตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

6. ผู้ค้าถนนข้าวสารเสนอแนวทางจัดระเบียบ
5 ฉบับ มติชน, เดลินิวส์, ไทยโพสต์, M2F,บางกอกโพสต์
รายละเอียด
-น.ส.ญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร กล่าวว่า จากการสำรวจเบื้องต้นมีผู้ค้าแผงลอยบนทางเท้าในถนนข้าวสาร 250-270 ราย ตั้งวางแผงค้าตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตาม การที่ กทม.มีนโยบายยกเลิกการค้าบนทางเท้าทั้งหมดและกำหนดวันให้ผู้ค้าสามารถค้าขายบนผิวจราจรได้ 1 ช่องจราจร เฉพาะในวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ไม่เห็นด้วย กลุ่มผู้ค้าจึงเสนอแนวทางการจัดระเบียบพื้นที่รูปแบบที่เหมาะสมต่อ กทม. (1) เปิดช่องทางเดินบนทางเท้ากว้าง 1.20 เมตร เพื่อให้สัญจรได้ (2) แผงค้าด้านในอาคาร จะไม่ตั้งวางยื่นหรือล้ำบนทางเท้าเกิน 40 เซนติเมตร (3) แผงลอยต้องตั้งวางไม่กีดขวางทางเดินเข้า-ออกอาคาร (4) เมื่อเลิกทำการค้า ผู้ค้าจะเก็บอุปกรณ์ทุกอย่าง (5) จะดูแลความสะอาดในพื้นที่ (6) จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดูแลปัญหาอาชญากรรม และ (7) จะไม่ตั้งวางแผงค้าบนผิวจราจรในเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่

-นายวิสุทธิ์ กิตติรวีโชติ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตพระนคร กล่าวว่า ผู้ประกอบการในอาคารร้านค้าต่างๆ บนถนนข้าวสาร 160 อาคาร เห็นด้วยกับการจัดระเบียบพื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อให้ถนนข้าวสารเกิดภูมิทัศน์เหมาะแก่การท่องเที่ยว และเห็นว่าข้อกำหนดของ กทม. บางรูปแบบเหมาะสม อาทิ การจัดช่องทางบนผิวจราจรให้มีช่องว่างสำหรับรถฉุกเฉินเข้า-ออกพื้นที่ได้ตลอดเวลา แต่หากกำหนดวันตั้งแผงค้าขายเพียง 4 วัน/สัปดาห์ อาจเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้เช่นกัน จึงเห็นว่าควรมีการหารือถึงแนวทางที่ชัดเจนร่วมกันอีกครั้ง


ผลกระทบ
-การจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณถนนข้าวสาร
-การส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบทางเท้าบนถนนข้าวสาร

 

7.ครม. เห็นชอบมาตรฐานวินัยเอาผิด ขรก. ย้อนหลัง
4ฉบับไทยรัฐ, มติชน,กรุงเทพธุรกิจ, ผู้จัดการรายวัน 360องศา
รายละเอียด
-พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานวินัยข้าราชการกับผู้ที่พ้นข้าราชการ ที่หมายถึงข้าราชการพลเรือนที่ทำผิดสมัยที่รับราชการอยู่ แต่พ้นราชการโดยลาออก หรือเกษียณอายุราชการแล้วไม่สามารถเอาผิดได้ โดยกำหนดให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน 2 หลักเกณฑ์ (1)หากมีการดำเนินการกระทำผิดสมัยรับราชการ แล้วคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชี้มูลความผิดทางวินัย และลงโทษตามที่ชี้มูล จะไม่นำกฎหมายที่ข้าราชการผู้นั้นสังกัดอยู่มาบังคับใช้ (2) หากหน่วยงานต้นสังกัดตรวจพบว่าทำความผิดสมัยที่รับราชการ ให้สอบสวนภายใน 1 ปี นับตั้งแต่พ้นราชการ และต้องสั่งลงโทษภายใน 3 ปี นับตั้งแต่พ้นราชการ แต่หากมีการไปร้องศาลปกครองแล้ว พบมีความผิดกรณีอื่นๆเกิดขึ้น แม้ถูกลงโทษครบ 3 ปี ก็ลงโทษได้อีกภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด


ผลกระทบ
-ที่ผ่านมา พ.ร.บ.การป้องกันปราบปรามการทุจริต พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 และกฎหมายตามที่ข้าราชการสังกัดอยู่มีความลักลั่นกันเอง
-การสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรฐานวินัยข้าราชการกับผู้ที่พ้นข้าราชการ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. กรุงเทพฯ ติด 1 ใน 6 เมืองที่มีการปรับปรุงให้น่าอยู่ดีสุด
www.facebook.com/ห่วยตูน
https://www.facebook.com/HuaiToon
48 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 53 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ จัดอันดับกรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 6 เมืองที่มีการปรับปรุงให้น่าอยู่ขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการแก้ปัญหาผู้ค้าบนทางเท้าและผิวจราจรในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการจัดระเบียบผู้ค้าคลองถมและปากคลองตลาด นั้น นับเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของคณะผู้บริหาร กทม. ชุดปัจจุบัน ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเท่านั้น
- ร้อยละ 47 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขณะนี้การจัดระเบียบผู้ค้าในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่เริ่มมีผู้ค้ากลับมาค้าขายอีก โดยเฉพาะบริเวณคลองถม

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และการกวดขันดูแลพื้นที่ที่จัดระเบียบไปแล้วไม่ให้มีผู้ค้ากลับมาตั้งวางแผงค้า

 

2. เร่งกำจัดผักตบชวา
www.facebook.com/Thairath
https://www.facebook.com/ThairathFan
49 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 72 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมน้ำช่วยกันเก็บผักตบชวา เพื่อป้องกันการขยายพันธุ์นั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นหน้าที่โดยตรงของกรมชลประทานที่ควรนำเรือออกมาจัดเก็บผักตบชวาเป็นประจำทุกสัปดาห์ ขณะเดียวกันควรให้สถาบันการศึกษาศึกษาวิจัยหาวิธีการ เพื่อหยุดการแพร่พันธุ์ของผักตบชวา
- ร้อยละ 28 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน โดยเริ่มจากท้องถิ่นในการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันกำจัดผักตบชวาในพื้นที่

www.facebook.com/prachachat
https://www.facebook.com/prachachatOnline
45 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 68 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดำเนินการจัดเก็บผักตบชวา โดยอาจจ้างประชาชนในพื้นที่เข้ามาช่วยจัดเก็บ
- ร้อยละ 32 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีดังกล่าวประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำควรเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดเก็บผักตบชวา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ครอบครัวและชุมชน

ข้อเสนอแนะ
สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ในการดำเนินโครงการกำจัดวัชพืชในคูคลองพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดทางน้ำไหล

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.ผนึก 3 องค์กรจัดสายตรวจประชาชน
2 ฉบับ ไทยโพสต์, พิมพ์ไทย
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม.ร่วมแถลงข่าวพิธีเปิด “โครงการสายตรวจประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน สร้างสรรค์กรุงเทพฯ สู่มหานครแห่งความปลอดภัย” ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 4 องค์กร ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกัน สำนึกรักบ้านเกิด และ กสทช.โดยนำภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ กทม.และอาสาร่วมด้วยช่วยกันกระจายอยู่ทุกพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเป็นสายตรวจประชาชนในการสอดส่องดูแลเฝ้าระวังภัย


ผลกระทบ
-การมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งช่วยกันสอดส่องจุดเสี่ยงจุดเตือนภัย รายงานเหตุและแจ้งผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการสายตรวจประชาชน ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างสรรค์กรุงเทพฯ สู่มหานครแห่งความปลอดภัย

 

2.เร่งรัดเพิ่มผลสัมฤทธิ์การเรียน
1ฉบับสำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-นางผุสดี ตามไท รผว.กทม. กล่าวในพิธีเปิดการประชุมเพื่อพิจารณาการเข้าร่วมโครงการเร่งรัดการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่า กทม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ รวมทั้งเชิญภาคเอกชนมาเข้าร่วม ในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน จากการติดตามผลคะแนน (O–Net) ของนักเรียนสังกัด กทม. ระหว่างปี 56-57 พบนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. มีคะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศติดต่อกันหลายปี

-กทม.ต้องขอความร่วมมือและพลังผลักดันจากผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรครูในสังกัด กทม.ที่จะร่วมกันคิดและเดินหน้าแก้ปัญหาเพื่อยกระดับการศึกษาของ กทม.และหล่อหลอมให้เด็กในกรุงเทพฯ มีความรู้เท่าทัน สามารถเผชิญปัญหาและความท้าทายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในชีวิตต่อไป


ผลกระทบ
-โครงการเร่งรัดเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนสังกัด กทม.

 

3.แผนรื้อย้ายชุมชนป้อมมหากาฬ
1ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รผว.กทม. กล่าวหลังประชุมหารือมาตรการรื้อย้ายชุมชมป้อมมหากาฬ ว่า แผนการดำเนินการยังเหมือนเดิมคือหลังจากติดป้ายประกาศ เพื่อชี้แจงเหตุผลการรื้อย้ายชุมชน และแจ้งให้ทราบว่าจะรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากป้อมมหากาฬ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงความเป็นมา เหตุผลที่ กทม.ดำเนินการ และวันที่ 3 ก.ย.นี้จะเข้าพื้นที่ เพื่อรื้อย้ายบ้านเรือนอย่างเป็นทางการ โดยบ้านเรือนที่จะรื้อย้ายคือ บ้านเรือน 12 หลัง ที่เจ้าของบ้านขอให้ กทม. เข้าไปรื้อย้าย เนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถรื้อย้ายได้เอง เพราะมีค่าใช้จ่าย ส่วนบ้านเรือนที่เหลือจะรื้อย้าย ตามแผนเดิมจะทยอยรื้อย้ายตามกฎหมาย
-แผนการดำเนินการหลังจากรื้อย้ายชุมชนเรียบร้อยแล้ว กทม.จะเข้าปรับปรุงพื้นที่ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ป้อมมหากาฬ ซึ่งจะปรับแบบจากเดิมที่จะดำเนินการเป็นสวนสาธารณะอย่างเดียว เพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพื้นที่มากขึ้น คาดจะจัดทำเป็นรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์ป้อม” แห่งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้สอดคล้องกับพิพิธภัณฑ์ส่วนการบริหารจัดการอาใช้รูปแบบเดียวกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คาดจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากรื้อย้ายชุมชนแล้วเสร็จ


ผลกระทบ
-จากการศึกษาของ สผม.พบว่า ในพื้นที่ชุมชนยังมีบ้านไม้โบราณ ทางเดินประวัติศาสตร์ในสมัยก่อนและป้อมมหากาฬพร้อมพื้นที่โดยรอบที่มีบางส่วนยังอยู่ใต้ดินและมีความเสียหายจากการอยู่อาศัยของชุมชน หลังจากนี้เมื่อรื้อย้ายชุมชนเรียบร้อยแล้วจะมีการขุดขึ้นมาเพื่อนำมาแสดงให้ประชาชนได้เรียนรู้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักผังเมือง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการปรับปรุงพื้นที่ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ป้อมมหากาฬ

 

4. เดินหน้าโครงการระบบระบายน้ำ16 เส้นทางหลัก
6ฉบับไทยโพสต์, ข่าวสด, เดลินิวส์, มติชน,ไทยรัฐ,พิมพ์ไทย
รายละเอียด
-นางเบญทราย กียปัจจ์ ผช.ลผว.กทม. และรองโฆษกของ กทม. กล่าวว่า สนน.ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำในถนนสายหลักพื้นที่กรุงเทพฯเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย 16 โครงการ แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 จำนวน 11 โครงการ พื้นที่ก่อสร้างรวม 26.7 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) คาดจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี 5 โครงการ และที่เหลือจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี และระยะที่ 2 จำนวน5 โครงการ ส่วนแผนการดำเนินงาน สนน.ได้ออกแบบเพื่อลดผลกระทบจากการก่อสร้างให้มากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาการจราจร โดยจะก่อสร้างท่อขนส่งน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.50-2.00 เมตร ด้วยระบบการดันท่อใต้ถนนเชื่อมต่อกับระบบท่อระบายน้ำเดิม เพื่อรับน้ำและระบายลงสู่คลอง หรือแก้มลิง หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ที่เกิดปัญหาซ้ำซากได้

-ประชุมมอบหมายให้ สนน.จัดทำแผนการดำเนินงานและรายงานความคืบหน้าในแต่ละเดือนให้ชัดเจน รวมถึงประสานคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ ในแผนการพัฒนาโครงการสร้างระบบระบายน้ำบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์โดยเร่งด่วน เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบระบายน้ำบริเวณดังกล่าวต่อไป

-นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผอ.สนน. กล่าวว่า โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำในถนนสายหลักพื้นที่กรุงเทพฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ส.ค.59 จำนวน 16 โครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและหาผู้รับเหมาก่อสร้าง คาดจะหาผู้รับเหมาได้ในช่วงปลายปี 59 ก่อนจะเริ่มงานก่อสร้างต่อไปโดยรูปแบบโครงการฯ จะก่อสร้างในลักษณะท่อคอนกรีตฝังลึกลงใต้ผิวจราจร 3-5 เมตร และมีบ่อสูบน้ำในตำแหน่งต่างๆ ที่เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อระบบการจราจรแต่อย่างใด


ผลกระทบ
- การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังระยะเร่งด่วนในถนนสายหลักในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี


ข้อคิดเห็น
- สำนักการระบายน้ำ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ การดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำในถนนสายหลักในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

5.ทดลองเดินเรือคลองผดุงฯ ก.ย.นี้
4 ฉบับไทยโพสต์, เดลินิวส์, มติชน, พิมพ์ไทย
รายละเอียด
- นางเบญทราย กียปัจจ์ ผช.ลผว.กทม. และรองโฆษกของ กทม.กล่าวว่า สจส.ได้รายงานความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน (คลองผดุงกรุงเกษม) เริ่มจากท่าเรือหัวลำโพง-ท่าเรือเทเวศร์ (เชื่อมต่อแม่น้ำเจ้าพระยา) ระยะทาง 5 กม. โครงการดังกล่าวจะดำเนินการเป็น 2 ระยะ แบ่งเป็นระยะที่ 1 ขยายการเดินทางของประชาชน โดยให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือเทเวศร์ สถานีรถไฟหัวลำโพง และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีหัวลำโพง ซึ่ง กทม.จะก่อสร้างท่าเรือในคลองผดุงกรุงเกษม 1 ท่าเรือ คือ ท่าเรือตลาดเทวราชกุญชร คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.59 เพิ่มเติมจากท่าเรือที่มีอยู่เดิม 9 ท่า รวมถึงปรับปรุงเรือของ สนน. 4 ลำ โดยใส่หลังคาคลุมกันแดดฝน จัดที่นั่ง 12 ที่นั่ง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เพื่อให้บริการประชาชน ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนประมาณ 800 คน/วัน เริ่มให้บริการแก่ประชาชนเป็นการนำร่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในเดือน ก.ย.59

-ระยะที่ 2 กทม.จะขยายและเชื่อมการเดินทางของประชาชนในรูปแบบการท่องเที่ยวและการพาณิชย์ โดย กทม.ปรับปรุงภูมิทัศน์คลองผดุงกรุงเกษมขุดลอกและดูดเลนในคลองและซ่อมแซมผนังเขื่อนตามแนวคลอง พร้อมจัดหาเรือโดยสารเพิ่มเติม 6 ลำ คาดจะสามารถบริหารจัดการเริ่มเดินเรือในคลองประมาณเดือน มี.ค.60 ซึ่งจะมีการวัดผลสำเร็จของโครงการโดยวัดจากการใช้บริการและความพึงพอใจของประชาชนที่ใช้บริการ

-เส้นทางเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมจะผ่านพื้นที่สำนักงานเขต 5 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตปทุมวัน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ และเขตพระนคร ซึ่ง กทม.จะเพิ่มจุดบริการนักท่องเที่ยวด้วยแผนที่การท่องเที่ยว เส้นทางเดินเท้า และทางจักรยาน


ผลกระทบ
-โครงการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อพัฒนาเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนในการสัญจรทางน้ำ
-การส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
- สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการพัฒนาเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน (คลองผดุงกรุงเกษม)

 

6.สะพานข้ามแยกเกียกกาย
2 ฉบับ สยามรัฐ, ข่าวสด
รายละเอียด
-นายประสาน พิทักษ์วรรัตน์ ผอ.สนย. รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกายต่อที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่าปัจจุบัน สนย.ได้ศึกษาออกแบบรายละเอียดเรียบร้อย และอยู่ระหว่างให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ (EIA) ในส่วนร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เมื่อ 1 ก.ย.58 ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรา พ.ร.ฎบังคับใช้ ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างของบฯอุดหนุนจากรัฐบาลในปี 60 เพื่อจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ทหารที่ได้รับผลกระทบ

-รูปแบบก่อสร้างสะพานดังกล่าวจะไม่กระทบทัศนียภาพของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยความสูงของสะพานสูงสุดที่ 10 เมตร ซึ่งวันที่ 1 ก.ย.นี้ กทม.ได้เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี งบฯ โครงการเบื้องต้น 10,500 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 4,500 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยใช้ที่ราชพัสดุของทหารประมาณ 6,000 ล้านบาท


ผลกระทบ
-ขั้นตอนการดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกาย


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานเกียกกาย

 

7. เตรียมก่อสร้างอุโมงค์ลอดแยกพัฒนาการ
2 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-พ.ต.ท.ณริศ หาญจริง สว.จร.สน.คลองตัน กล่าวว่า กทม.จะดำเนินการก่อสร้างโครงการอุโมงค์ลอดแยกถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ซอยถาวรธวัช จุดเริ่มต้นโครงการตั้งแต่ซอยพัฒนาการ 19 - ซอยพัฒนาการ 33 ขนาด 2 ช่องจราจรไปกลับความยาว 1,250 เมตร ขณะนี้ผู้รับเหมาได้ทยอยขนอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ก่อสร้างเข้าพื้นที่แล้ว ตามแผนงานจะเริ่มก่อสร้างปลายเดือน ส.ค. 59

-ช่วงแรกจะดำเนินการย้ายต้นไม้ รื้อเกาะกลาง เพื่อปรับผิวจราจร จากนั้นจะเริ่มปิดการจราจร 2 ช่อง ในช่องทางด้านซ้ายชิดทางเท้าทั้ง 2 ฝั่งถนน ส่งผลให้ถนนพัฒนาการช่วงที่จะเริ่มก่อสร้างจากฝั่งละ 3 ช่องเหลือ 2 ช่องทางตลอดแนวก่อสร้างอุโมงค์ โดยขั้นตอนรื้อย้ายต้นไม้จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน

-ส่วนแผนก่อสร้างตัวอุโมงค์ทางลอด จะแบ่งพื้นที่เป็นโซน โดยโซนแรกจะเริ่มจากซอยพัฒนาการ 19 - แยกพัฒนาการ-รามคำแหง โซนที่ 2 จากแยกพัฒนาการ-รามคำแหง จนสิ้นสุดโครงการ คาดจะเริ่มก่อสร้างเต็มรูปแบบประมาณต้นปี 60 ซึ่งได้ประสาน กทม. ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้างให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะเรียบร้อยแล้ว


ผลกระทบ
-มาตรการบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้าง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอด แยกถนนพัฒนาการ-รามคำแหง-ซอยถาวรธวัช

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เทปูนหน้าบ้านทับทางเท้า-ท่อระบายน้ำ
www.facebook.com/SanookNews
https://www.facebook.com/sanooknews?fref=ts
1,856 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 85 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพบ้านหลังหนึ่งเทปูนเพื่อเป็นทางเข้าบ้านล้ำออกมาในที่สาธารณะ ทั้งยังทับทางเท้าและทางระบายน้ำนั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการรุกล้ำทางสาธารณะ แสดงถึงความเห็นแก่ตัวและเอาเปรียบผู้อื่น ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่มีการตรวจสอบ จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้รุกล้ำทางสาธารณะจำนวนมาก เช่น นำโต๊ะ เก้าอี้ หรือกระถางต้นไม้มาตั้งวางบนทางเท้าหน้าอาคารบ้านเรือนกีดขวางทางสัญจรของประชาชน
- ร้อยละ 15 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่มีรายละเอียดของสถานที่ เพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบและ สั่งการให้แก้ไข อย่างไรก็ตาม กทม. เทศบาล และ อบต. ควรดำเนินการจัดระเบียบสิ่งก่อสร้าง ทั้งรั้ว หลังคาที่รุกล้ำที่สาธารณะ เช่น ถนน ซอยต่างๆ

www.dailynews.co.th
https://www.dailynews.co.th/rcgioual/517564
43 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 79 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การกระทำดังกล่าวแสดงถึงความเห็นแก่ตัว ขาดจิตสำนึก และเอาเปรียบผู้ใช้ทางเท้า ขณะที่ผู้รับเหมามักง่ายไม่ทักท้วงการดำเนินการดังกล่าว
- ร้อยละ 21 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องร้องเรียนกับสำนักงานเขต แต่หากเป็นถนนในหมู่บ้านต้องร้องเรียนกับเจ้าของโครงการ หรือนิติบุคคลของหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม เทศบาลและสำนักงานเขต หรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบและแก้ปัญหาโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและแก้ปัญหาการสร้างสิ่งปลูกสร้างและตั้งวางสิ่งของรุกล้ำที่สาธารณะ

 

2. ตั้งแผงค้าบนสกายวอล์ก
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
25 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 61 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า บริเวณสกายวอล์กและสะพานลอยคนเดินข้ามหลายแห่งมีผู้ค้าขึ้นไปขายสินค้า กรณีนี้เป็นความมักง่าย เห็นแก่ตัวทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่กวดขันจับปรับผู้ค้าเหล่านี้
- ร้อยละ 39 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวต้องแก้ไขที่ต้นเหตุคือ ผู้ซื้อ โดยการจับปรับผู้ที่ซื้อสินค้าจากผู้ค้าหาบเร่แผงลอยนอกจุดผ่อนผัน รวมถึงบนสะพานลอยและสกายวอล์กต่างๆ เนื่องจากเป็นการสนับสนุนให้สังคมไร้ระเบียบ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันจับปรับผู้ค้าที่ตั้งวางสินค้าบนสะพานลอยคนเดินข้ามและสกายวอล์ก

 

3. รื้อถอนตู้โทรศัพท์สาธารณะ
www.facebook.com/Kapook
https://www.facebook.com/kapookdotcom? fref=ts
165 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 82 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีมีการรื้อถอนตู้โทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่เขตต่างๆ นั้น ควรเก็บตู้ที่ใช้การไม่ได้ออก แล้วนำตู้ใหม่มาติดตั้งแทน เนื่องจากโทรศัพท์สาธารณะยังมีความจำเป็นกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งควรปรับลดจำนวนตู้ในแต่ละจุด เน้นติดตั้งบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง หน้าร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน โรงพยาบาล มีการดูแลรักษาความสะอาด รวมทั้งซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถใช้งานได้
- ร้อยละ 18 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะน้อยมาก ทั้งยังกลายเป็นที่ติดป้ายโฆษณา สร้างความสกปรกให้พื้นที่

ข้อเสนอแนะ
สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการจัดระเบียบตู้โทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.กทม.จัดแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์ประเทศไทย
3 ฉบับ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นายจุมพล สำเภาพล รผว.กทม.กล่าวว่า กทม. ร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ จัดการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2559 สนามที่ 5 (สนามสุดท้าย) และการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ"ปั่นใจเกินร้อย Bike For All" สนามที่ 5 (สนามสุดท้าย) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2559

-สำหรับผู้ที่ลงขี่จักรยานประเภทปั่นใจเกินร้อย (แข่งขัน 2 รอบ) ผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่ขี่ถึงเส้นชัยจะได้รับถ้วยเกียรติยศจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผว.กทม. พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ โดยจะมีถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในวันที่ 18 ก.ย.59 ณ สนามจักรยานวิบาก สวนวารีภิรมย์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 14.00-16.00 น.


ผลกระทบ
-กทม.มีสนามจักรยานวิบากที่สวยงามได้มาตรฐานและเส้นทางจักรยานที่ใช้ในการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกาย รวมทั้งให้เด็กและเยาวชนมาออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน


ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การสนับสนุนการจัดแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์ประเทศไทย

 

2.จัดระเบียบผู้ค้าถนนข้าวสาร
4 ฉบับสำนักข่าวไทย, มติชน, ไทยโพสต์, สยามรัฐ
รายละเอียด
-นายวัลลภ สุวรรณดี ประธาน ทปษ.ของ ผว.กทม. กล่าวหลังประชุมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการถนนข้าวสารว่า ที่ประชุมสรุปร่วมกันหลังจากนี้ถนนข้าวสารจะต้องกลับมามีเสน่ห์ มีระเบียบ และมีความยั่งยืนอีกครั้ง โดยจะให้ผู้ประกอบการลงบันทึกความร่วมมือกับ กทม. ไม่ให้เปิดเพลงเสียงดัง ห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์เกินเวลากฎหมายกำหนด และต้องไม่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอยู่ในสถานประกอบการ

-ส่วนการจัดระเบียบทางเท้าบนถนนข้าวสาร หลังจากจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ค้าที่ขึ้นทะเบียนกับ สนท. อย่างถูกต้อง ซึ่งมีกว่า 100 รายเสร็จสิ้นแล้ว จะเริ่มทดลองให้ค้าขายได้ในวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ช่วงเวลา 18.00 น. – 24.00 น. โดยขายได้ 1 ใน 3 ของเส้นทางการจราจรส่วนวันอื่นๆ ต้องไม่มีการค้าขายอย่างเด็ดขาด หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจะยกเลิกทันที เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวตามแนวทาง “ข้าวสารโมเดล” พร้อมกันนี้จะให้ฝ่ายโยธา เขตพระนคร และ สปภ. สำรวจที่พักและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อตรวจสอบใบอนุญาต รวมทั้งต้องมีทางหนีไฟชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้

-นางกอบกาญจน์วัฒนาวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จะหารือกับ กทม. ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอทราบรายละเอียดและวัตถุประสงค์แท้จริง รวมถึงแนวทางการจัดระเบียบถนนข้าวสาร ได้ประเมินผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวหรือไม่


ผลกระทบ
- ขณะนี้นักท่องเที่ยวบนถนนข้าวสารลดจำนวนลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสน่ห์และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของผู้ค้าริมทางเท้าที่หายไป


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบผู้ค้าถนนข้าวสาร

 

3.สภา กทม. อนุมัติงบฯสานต่อรถ BRT
2ฉบับไทยโพสต์, ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล ส.ก. ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 60 กล่าวกรณีคณะกรรมการฯ อนุมัติงบประมาณโครงการบริหารจัดการให้บริการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) ของสจส. ที่ตั้งงบประมาณ 188,493,735 บาท สำหรับดำเนินโครงการดังกล่าวในปี 60 ว่า การที่คณะกรรมการวิสามัญฯ ส่วนใหญ่มีความเห็นควรให้ผ่านโดยไม่มีการตัดลดงบประมาณ เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงปีสุดท้ายและการตัดงบฯ อาจเกิดผลกระทบต่อสัญญาที่อาจทำให้เกิดผลเสียหายต่อ กทม. รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการได้ อย่างไรก็ตาม สภา กทม.ได้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาและติดตามโครงการดังกล่าวระยะเวลา 6 เดือน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้จะอนุมัติให้ดำเนินโครงการรถBRT ต่อหรือไม่


ผลกระทบ
-การจัดบริการสาธารณะเพื่อคนกรุงเทพฯ
-การบริหารจัดการเดินรถ BRT


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การปรับปรุงการบริหารจัดการเดินรถ BRT

 

4. เปิดสวนรถไฟชมเกษตรทฤษฎีใหม่
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ ผอ.สพส. กล่าวว่า สพส.ได้จัดทำโครงการนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี โดยกำหนดจัดงานเดือนละ 1 ครั้ง ระหว่างเดือนส.ค.59-มิ.ย.60 สถานที่จัดงาน ได้แก่ สวนสาธารณะของ กทม. ลานคนเมือง โรงเรียนเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ กทม. และศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่


ผลกระทบ
-สำหรับการจัดนิทรรศการ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ตั้งแต่วันนี้-23 ส.ค.59 เวลา 10.00-17.00 น.
-การจัดนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่


ข้อคิดเห็น
-สำนักพัฒนาสังคม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนชมนิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สนามรถไฟ)

 

5. ผลการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแบบอัตโนมัติ
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผอ.สจส. กล่าวถึง การแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ ว่า ต้องเดินหน้าพร้อมกัน 3 เรื่องหลักคือ 1)เร่งก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าสายต่างๆ 2)ปรับปรุงระบบฟีดเดอร์การขนส่งระบบรองเพื่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าให้สะดวก เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และ 3)การนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ เช่น การให้ข้อมูลสภาพจราจรแบบเรียลไทม์เป็นข้อมูลตัดสินใจใช้เส้นทางของผู้ขับขี่ การใช้ระบบควบคุมสัญญาณไฟที่แยกอัตโนมัติ หรือระบบไฟจราจรแบบอัจฉริยะปรับตัวได้ ที่ กทม. นำมาใช้อยู่รวม 49 ทางแยกทั่วกรุงเทพฯ เพื่อลดเวลารอสัญญาณไฟ โดยคำนวณเวลาต่อปริมาณรถแต่ละด้านอย่างเหมาะสม เป็นต้น

- สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณไฟอัจฉริยะ หรือ "แยกฉลาด" ใน49 ทางแยกนั้นการทำงานของระบบจะตรวจจับปริมาณจราจรระยะ 300-400 เมตร และตรวจนับแถวคิวรถ แล้วประมวลผลผ่านตู้ควบคุม จากนั้นระบบจะให้จังหวะสัญญาณไฟจราจรตามปริมาณรถขณะนั้น ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอ แต่ระบบอาจมีข้อจำกัดกรณีรถมีปริมาณมากพร้อมกันทุกด้าน จึงนำไปติดตั้งที่แยกที่อยู่ติดกันเกิน1 กิโลเมตรซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ ลดความล่าช้าในการเดินทางผ่านแยกเฉลี่ย 3.6-4.2 วินาที/คน ลดมลพิษทางเสียง และอากาศ ลดความสูญเสียเชื้อเพลิงได้ 1 ล้านบาท/ปี/แยก และยังลดอุบัติเหตุจากการฝ่าสัญญาณไฟด้วย ซึ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ด้านโครงสร้างพื้นฐาน จากงานนวัตกรรมท้องถิ่นไทยครั้งที่ 1


ผลกระทบ
-การแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ
-การติดตั้งระบบสัญญาณไฟแบบอัตโนมัติ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ปัญหาจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณไฟอัจฉริยะ

 

6.งดให้อาหารนกพิราบในสวนลุมพินี
2 ฉบับ ไทยรัฐ, ข่าวสด
-นางสุวรรณนา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สสล. กล่าวว่าสสล. ได้เร่งรัดปรับปรุงสวนสาธารณะทุกแห่งที่อยู่ในการดูแลให้มีสภาพที่สามารถรองรับการบริการประชาชนได้อย่างสมบูรณ์และเกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยเฉพาะสวนลุมพินี ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แต่มีประชาชนร้องเรียนปัญหานกพิราบที่เข้ามาหากินภายในสวน เนื่องจากมีผู้นำอาหารเข้าไปให้ ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ใช้บริการสสล. จึงขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกพิราบในสวนลุมพินี รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราพื้นที่ หากพบการให้อาหารนกพิราบให้ตักเตือนและห้ามปราม และประสานสนอ. จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบจำนวนนกพิราบในสวนเป็นประจำ หากพบมีจำนวนมากขึ้น สนอ. จะเข้ามาช่วยจับและนำไปปล่อยยังแหล่งธรรมชาติที่เหมาะสมต่อไป


ผลกระทบ
-การป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญดังกล่าว และช่วยดูแลสุขภาพอนามัยแก่ผู้ใช้บริการสวนลุมพินี
-การปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี และการแก้ปัญหานกพิราบภายในสวน

 

7.เร่งเปิด ‘ศูนย์ราง-ล้อ-เรือ’ ใต้ BTS บางหว้า
1 ฉบับ แนวหน้า
รายละเอียด
- นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) กล่าวว่า KT มีแนวคิดเปิดศูนย์ราง ล้อ เรือ บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า เพื่อเป็นศูนย์ให้ข้อมูลการเดินทางแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการภายในสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า คาดจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ภายในเดือน ต.ค.59
- ศูนย์พัฒนาเชื่อมต่อการเดินทาง ราง ล้อ เรือ จะมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการให้คำแนะนำเส้นทาง การเดินทางทั้งระบบที่มีการเชื่อมต่อกันทั้งรถประจำทาง รถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งบนดินและใต้ดิน รวมถึงการเดินทางด้วยเรือภายในคลองภาษีเจริญ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งเป็นทางเลือกให้ประชาชนลดการใช้รถส่วนบุคคลและหันมาใช้บริการสาธารณะมากขึ้น


ผลกระทบ
-ในอนาคตการเดินทางจะเชื่อมโยงกันมากขึ้น หากไม่มีการให้ข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนกับประชาชนในการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ในช่วงแรกประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเปลี่ยนถ่ายระบบ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาเชื่อมต่อการเดินทางราง ล้อ เรือ บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าBTS บางหว้า

 

8.สร้างถนน-สะพานข้ามคลองเปรมประชากร
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายศรชัย โตวนิชกุล รผอ.สนย.กล่าวว่า กทม.ดำเนินโครงการขยายถนนเพื่อรองรับการขยายขนาดของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์2 โครงการคือ 1)ก่อสร้างถนนหมายเลข 8 ขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมถนนวิภาวดีรังสิต-โลคัลโรด-ศูนย์ราชการ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และ 2) ก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากรเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรบริเวณโรงพยาบาล ขณะนี้สนย. ออกแบบโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างประสานการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และกรมทางหลวงชนบท เพื่อปรับแบบ หากได้รับจัดสรรงบประมาณรวมถึงการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณดังกล่าว คาดจะเริ่มก่อสร้างถนนและสะพานข้ามคลองได้ในช่วงเดือน มี.ค. หรือ เม.ย.60


ผลกระทบ
-กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ กทม.ก่อสร้างถนนและสะพานข้ามคลอง เพื่อรองรับการขยายขนาดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในพื้นที่เขตหลักสี่ ซึ่งจะขยายขนาดโรงพยาบาลจากขนาด 100 เตียงเป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการขยายถนนเพื่อรองรับการขยายขนาดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

 

9.พัฒนาบริการแพทย์ฉุกเฉิน
1 ฉบับ ข่าวสด
-นายเพชรพงษ์กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กทม. (ศูนย์เอราวัณ) กล่าวว่า ศูนย์เอราวัณ ได้จัดทำสถิติระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร โดยตั้งแต่เดือนต.ค.58-ก.ค.59 มีจำนวน 51,027 ครั้ง แบ่งเป็นอุบัติเหตุจราจร 13,675 ครั้ง หรือร้อยละ 26.80 อุบัติเหตุอื่นๆ 6,044 ครั้ง หรือร้อยละ 11.84 เจ็บป่วย 31,222 ครั้ง หรือร้อยละ 61.19 และสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ 86 ครั้ง หรือร้อยละ 0.17คาดภายในสิ้นปี 59 จะออกปฏิบัติการถึง 60,000 ครั้ง โดยการออกปฏิบัติการส่วนใหญ่เป็นสาเหตุการเจ็บป่วย รองลงมาเป็นอุบัติเหตุจราจรและเป็นอุบัติเหตุอื่นๆ ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ในการออกปฏิบัติการมากกว่า 15 นาที รองลงมา 8นาที และ 12-15 นาที

-ศูนย์เอราวัณได้เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน อาทิ สร้างเครือข่ายเพิ่มเติมทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึง เพื่อช่วยผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ฝึกอบรมอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์อบรมให้ความรู้ประชาชนในชุมชนนักเรียนจัดอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาระบบการตอบสนองต่อสาธารณภัยควบคุมกำกับมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนนำส่งสถานพยาบาล


ผลกระทบ
-การเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน


ข้อคิดเห็น
-สำนักการแพทย์ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

 

10. เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงอำนาจแต่งตั้ง ขรก.-ยกเลิก ก.พ.ค.กทม.
1 ฉบับเดลินิวส์
รายละเอียด
- รายงานข่าวตามที่ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ตั้งคณะกรรมาธิการด้านการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีการเตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ กทม. และบุคลากร กทม. (ฉบับที่...) พ.ศ...เพื่อแก้ไขพ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันที่เพิ่งจะบังคับใช้เมื่อ พ.ศ. 2554 เนื่องจากเห็นว่า กฎหมายปัจจุบันเกิดปัญหาอุปสรรคไม่เหมาะสมต่อการบริหารงานบุคคลของ กทม. สาระสำคัญที่มีการแก้ไขคือการปรับปรุงเรื่องอำนาจบรรจุแต่งตั้งของผว.กทม.และ ป.กทม. การปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการ กทม. (ก.ก.) โดยแก้ไขอำนาจบรรจุแต่งตั้งของผว.กทม. ให้เหลือเพียงการสั่งบรรจุแต่งตั้งป.กทม. รป.กทม. และระดับ ผอ.สำนักหรือเทียบเท่า โดยนำเสนอนายกรัฐมนตรีนำขึ้นเพื่อทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

- ส่วนระดับรองหัวหน้าหน่วยงานระดับสำนักและประเภทอื่นที่เทียบเท่าลงมาถือเป็นอำนาจบรรจุแต่งตั้งของป.กทม. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายข้าราชการพลเรือนที่ผว.กทม.ใช้อำนาจเท่ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รวมทั้งเสนอให้ยกเลิกคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ กทม. (ก.พ.ค.กทม.) เนื่องจากขณะนี้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมท้องถิ่น (ก.พ.ถ.) เป็นองค์กรกลางพิทักษ์ระบบคุณธรรม โดยกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามขั้นตอนออกกฎหมายต่อไป


ผลกระทบ
-การบริหารงานบุคคลของ กทม.
-การสร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการ กทม.


ข้อคิดเห็น
-สำนักงาน ก.ก. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ กทม. และบุคลากร กทม.

 

11. แนะปรับผังเมือง- ภูมิทัศน์ใหม่ย่านราชประสงค์
4 ฉบับ เดลินิวส์, โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ เตรียมเข้าพบผว.กทม. หรือผู้แทน เพื่อขอความร่วมมือและเร่งรัดให้ปรับปรุงผังเมืองกทม. รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ของ กทม.ให้เหมาะสมและมีความสะดวกสบายในการเดินทาง เพื่อให้สอดรับกับการเป็นเมืองท่องเที่ยว หากกทม. เห็นชอบและอนุมัติ สมาคมฯ พร้อมเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพื้นที่ย่านราชประสงค์เองทั้งหมด เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องให้แก่ย่านท่องเที่ยวอื่นต่อไป


ผลกระทบ
-ปัจจุบันผังเมืองกทม.ยังขาดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้การเดินทางหรือการใช้ชีวิตไม่ได้รับความสะดวกสบาย และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ เช่น การติดป้ายขวางเส้นทางเดิน หรือตั้งเสาประกาศ เสาโฆษณา บังทิศทางกล้องCCTV ที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งอาจก่อปัญหาอื่นตามมา


ข้อคิดเห็น
-สำนักผังเมือง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพิจารณาแนวทางปรับปรุงผังเมือง กทม.

 

12. 10 อันดับถนนปริมาณรถสูงสุด
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- สจส. รายงาน 10 อันดับถนนที่มีปริมาณรถสูงสุดเฉลี่ยต่อวัน ดังนี้ (1) ถนนวิภาวดีรังสิต (ดินแดง-อนุสรณ์สถาน) 158,711 คัน/วัน (2) ถนนพระราม 2 (ดาวคะนอง-แสมดำ) 144,958 คัน/วัน (3) ถนนแจ้งวัฒนะ (แยกหลักสี่-คลองประปา) 110,188 คัน/วัน (4) ถนนงามวงศ์วาน (แยกเกษตร-แยกพงษ์เพชร) 94,820 คัน/วัน (5) ถนนศรีนรินทร์ (แยกลำสาลี-พาราไดซ์) 75,324 คัน/วัน (6) ถนนพหลโยธิน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-พลาธิการ ทอ.) 60,237 คัน/วัน (7) ถนนรามอินทรา (วงเวียนบางเขน-สุดเขต กทม.) 55,768 คัน/วัน (8) ถนนเพชรเกษม (จรัญสนิทวงศ์-พุทธมณฑลสาย 2) 51,051 คัน/วัน (9) ถนนบรมราชชนนี 44,864 คัน/วัน และ (10) ถนนบางนา-ตราด 25,017 คัน/วัน

- นายสุจินต์ ทยานุกูลผอ.กองจัดระบบการจราจรทางบก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข. อยู่ระหว่างสำรวจความเร็วรถส่วนบุคคลบนถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ ด้วยวิธีบันทึกหมายเลขป้ายทะเบียนรถยนต์ (License PlateMethod) เพื่อติดตามสภาพการจราจรและนำไปวิเคราะห์สาเหตุและหาแนว ทางแก้ไข โดยปีนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.-15 ก.ย.นี้ ใน 6 พื้นที่ ซึ่งจะสำรวจช่วงเร่งด่วนเช้าและเย็น


ผลกระทบ
-การแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ
-การส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. สตรีทฟู้ดที่ถนนเยาวราช
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
39 ความเห็น
- ร้อยละ 62 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่ากรณี กทม.จะจัดระเบียบผู้ค้าถนนเยาวราช โดยมีแผนดำเนินการให้เป็นถนนแห่งอาหาร (สตรีทฟู้ด) ในเส้นทางถนนเยาวราช ระยะทางประมาณ 600 เมตร ซึ่งจะให้ขายในเวลากลางคืนและยกเลิกช่องจราจรฝั่งซ้ายและขวาฝั่งละ 1 ช่องนั้น การปิดถนนดังกล่าวจะสร้างปัญหาการจราจรติดขัดและความสกปรกให้พื้นที่เพิ่มขึ้น
- ร้อยละ 38 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ต้องจัดระเบียบผู้ค้าให้เป็นสัดส่วน รักษาความสะอาดของพื้นที่ รวมทั้งต้องหาพื้นที่จอดรถให้เพียงพอ

www.dailynews.co.th
https://www.dailynews. co.th/bangkok/516706
25 ความเห็น
- ร้อยละ 57 ของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกต การดำเนินการดังกล่าวสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ค้าในพื้นที่อื่นที่มีการจัดระเบียบไปแล้ว โดยอาจออกมาเรียกร้องให้จัดพื้นที่เป็นถนนคนเดินบ้าง รวมทั้งจะมีปัญหาจราจร หากไม่มีการจัดหาที่จอดรถรองรับได้เพียงพอ
- ร้อยละ 43 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการจัดทำสตรีทฟู้ด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ต้องจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนและมีที่จอดรถรองรับ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบผู้ค้าถนนเยาวราช
โดยดำเนินการให้เป็นถนนแห่งอาหาร (สตรีทฟู้ด)

 

2. ตั้งแผงค้ากีดขวางทางเท้าหน้าบิ๊กซีราชดำริ
www.facebook.com/กลุ่มคนไทยไม่เอาหาบเร่แผงลอย
https://www.facebook.com/saynostall?fref=ts
20 ความเห็น
- ร้อยละ 55 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี ในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพหน้าบิ๊กซีราชดำริมีผู้ค้าตั้งแผงค้าบนทางเท้าตลอดแนวกีดขวางทางสัญจรของประชาชน เพราะบริเวณดังกล่าวมีการกั้นพื้นที่บางส่วนสำหรับการก่อสร้าง ทำให้ประชาชนต้องลงไปเดินและรอรถโดยสารบนผิวจราจร
- ร้อยละ 45 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากประชาชนพบเห็นปัญหาการตั้งแผงค้ากีดขวางทางเท้า ควรร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรถึง ผอ.เขตพื้นที่ เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบและแก้ไข หรือหากไม่ดำเนินการควรมีคำฟ้องถึงศาลปกครอง ขณะเดียวกัน กทม.ควรพิจารณาจับปรับผู้ซื้อและรณรงค์ให้ประชาชนไม่อุดหนุนสินค้าที่จำหน่ายบนทางเท้า

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้าและการตรวจสอบปัญหาผู้ค้าบนทางเท้าบริเวณหน้าบิ๊กซีราชดำริ

 

3. แก้ปัญหาขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า
www.facebook.com/ห่วยตูน
https://www.facebook.com/HuaiToon
21 ความเห็น
- ร้อยละ 68 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ปัญหาการจอดและขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าอย่างจริงจัง โดยดำเนินการ อาทิ กวดขันจับปรับอย่างจริงจัง ให้รางวัลนำจับกับผู้ที่ถ่ายรูป หรือถ่ายคลิปรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่บนทางเท้า แล้วให้ส่วนแบ่งค่าปรับร้อยละ 50
- ร้อยละ 32 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์ พบในหลายพื้นที่ และทำจนกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเป็นอันตรายกับผู้ใช้ทางเท้า

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การกวดขันจับปรับผู้ที่จอดรถ หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ