• 0000000.png
  • 1111111.png
  • 2222222.png
  • 33333333.jpg
  • 44444444.png
  • addsetp1.png
  • addsetp2.png
  • addsetp11.png
  • addsetp12.png
  • addstep3.png
  • addstep4.png
  • addstep13.png
  • addstep14.png
  • bmaplans58.png
  • checkedlist.png
  • checkk_report.png
  • copy_kpibycheck.png
  • sed_summary1.png
  • sed_summary2.png

สรุปประเด็นข่าวเด่นประจำวันจากกองประชาสัมพันธ์ กทม.

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. ยกเลิกรถ BRT
www.facebook.com/ThaiPBS
https://www.facebook.com/330743535084/posts/1015833328135085
21 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) เนื่องจากที่ผ่านมา กทม. ใช้งบประมาณลงทุนในโครงการดังกล่าวไปจำนวนมาก ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนควรคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเป็นสำคัญ ซึ่งรถ BRT ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางเข้าสู่เมือง กทม. จึงควรพิจารณาปรับปรุงการให้บริการ อาทิ ปรับขึ้นค่าโดยสาร ขยายเส้นทางเพื่อรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น
- ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากไม่ใช่ในช่วงเวลาเร่งด่วนมีผู้ใช้บริการรถ BRT น้อยมากและทำให้เสียช่องทางการจราจรไปหนึ่งช่องทาง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

www.pantip.com
https://www.pantip.com/topic/36112358
15 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 60 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยที่ กทม. จะยกเลิกรถ BRT ด้วยเหตุผลขาดทุนเชิงโครงการ เนื่องจากสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประสบภาวะขาดทุน มาจากการคิดค่าโดยสารถูกเกินไป ซึ่งควรจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง อย่างไรก็ตาม ระบบขนส่งมวลชนเป็นสาธารณูปโภคที่รัฐต้องยอมขาดทุน เพื่อประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้ รถ BRT ยังช่วยขนคนเข้าสู่ใจกลางเมืองและรถไฟฟ้า BTS ด้วย
- ร้อยละ 40 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ที่ผ่านมามีข่าว กทม. จะยกเลิกโครงการรถ BRT ภายหลังสิ้นสุดสัญญาในปี 60 แต่จะสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาทดแทน ซึ่งหากยังเป็นไปตามแผนดังกล่าวควรดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะยกเลิกรถ BRT เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาในเส้นทางถนนพระราม 3

 

2. เปิดช่องทางรับแจ้ง จยย.ขับขี่บนทางเท้า
www.facebook.com/ทวงคืนทางเท้า
https://www.facebook.com/363589560419449/posts/1051685748276490
19 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 63 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี กทม. กวดขันไม่ให้มีการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งหากพบผู้ฝ่าฝืน นั้น อาจเป็นการผลักภาระให้ประชาชน โดยวิธีการแก้ปัญหาที่ได้ผล คือ เจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องลงพื้นที่ออกตรวจตราและกวดขันจับปรับอย่างจริงจัง ไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งดำเนินการเอาผิดกับ ผอ.เขตและหัวหน้าฝ่ายเทศกิจที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่
- ร้อยละ 37 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ในหลายพื้นที่ยังมีผู้ฝ่าฝืนขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า อาทิ ประตูน้ำ เยาวราช สถานีรถไฟฟ้า BTSวงเวียนใหญ่ วรจักร ถนนราชวิถี ถนนพระราม 4 หน้าตลาดบางกะปิ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งหากพบผู้ฝ่าฝืน

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. ติวเข้ม ผอ.เขตหนุนนโยบายรัฐ “ไทยแลนด์ 4.0”
3 ฉบับ เดลินิวส์, สยามรัฐ, กรุงเทพธุรกิจ
รายละเอียด
- พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รผว.กทม. กล่าวเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานเขต (ผอ.เขต) เพื่อให้สามารถบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและ มีความเข้าใจการพัฒนาโมเดลประเทศไทย 4.0 ว่า กทม. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ สำนักงานเขตเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด โดยมี ผอ.เขตเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน มีหน้าที่แก้ไขปัญหาให้ประชาชน กทม.จึงต้องเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพให้แก่ ผอ.เขตให้มากที่สุด เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
- การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพ ผอ.เขตในครั้งนี้ จะทำให้ ผอ.เขตเป็นนักบริหารงานเขตที่มีศักยภาพ ทั้งด้านองค์ความรู้ทางวิชาการและด้านจิตวิทยา โดยเป็นการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่ ผอ.เขตควรทราบ รวมถึงเสริมสร้างทักษะในการกล้าคิดและทำอย่างสร้างสรรค์ เนื่องจาก ผอ.เขตต้องมีบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเมืองร่วมกัน ซึ่งตนและคณะผู้บริหาร กทม. พร้อมจะรับฟังและให้การสนับสนุนการพัฒนาในทุกด้าน เพื่อนำกรุงเทพฯ ก้าวสู่ความเป็นมหานครที่มีการพัฒนาในระดับสากล มีบริการที่เป็นเลิศและทันสมัย พร้อมตอบสนองต่อความพึงพอใจของประชาชน เพื่อการเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การพัฒนา ผอ.เขตให้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจการพัฒนาโมเดลประเทศไทย 4.0 เพื่อเป็นกลไกของ กทม.ขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม
ด้านลบ
- ปัจจุบันภาระหน้าที่ของ ผอ.เขต มีมากขึ้นและมีความซับซ้อนกว่าเดิมเนื่องจากความต้องการของประชาชนที่หลากหลายและเพิ่มขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

ข้อคิดเห็น
- สถาบันพัฒนาข้าราชการ กทม. และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดหลักสูตรการฝึกอบรมการบริหารงานเขต (ผอ.เขต)

 

2. ยอดจดทะเบียนวันแห่งความรัก 2,663 คู่
10 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด, ไทยรัฐ, แนวหน้า, เดอะเนชั่น, M2F, คม ชัด ลึก, สยามรัฐ, สำนักข่าวแห่งชาติ, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวเปิดงานจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันวาเลนไทน์ “ร้อยใจภักดิ์ รักเทิดทูน ณ บางรัก” ว่า สถาบันครอบครัวเป็นหน่วยของสังคมที่สำคัญในการพัฒนาคนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ การจดทะเบียนสมรสถือเป็นการเริ่มต้นครอบครัวที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นการเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่ถูกต้องตามประเพณี ทำให้คู่รักรู้จักเคารพสิทธิและหน้าที่ซึ่งกันและกัน ดังนั้น กทม. มุ่งส่งเสริมความรักและการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยวันที่ 14 ก.พ. ของทุกปีถือเป็นวันแห่งความรักในรูปแบบสากล สำนักงานเขตบางรักถือเป็นที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการจดทะเบียนสมรสเพราะมีชื่ออันเป็นมงคล แต่ละปีจะมีชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากมาจดทะเบียนสมรส ซึ่งตนขอให้คู่สมรสที่เริ่มต้นชีวิตในวันวาเลนไทน์มีชีวิตคู่ที่เป็นสุขและยั่งยืน
- ว่าที่ ร.ต.ภาณุพงษ์ สุทธิสาร ผอ.สปท. กล่าวถึง ยอดจดทะเบียนสมรสในกรุงเทพฯ ว่า วันที่ 14 ก.พ.60 มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรส รวมทั้งสิ้น 2,663 คู่ จดทะเบียนหย่า 80 คู่ โดยคู่รักมาจดทะเบียนสมรส ลดลงจากปีที่ผ่านมา 823 คู่ สำนักงานเขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ เขตบางรัก 625 คู่ รองลงมาคือ เขตบางซื่อ 125 คู่ เขตบางแค 84 คู่ เขตหลักสี่ 82 คู่ และเขตดอนเมือง 81 คู่

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดกิจกรรมและให้บริการจดทะเบียนสมรส เนื่องในวันแห่งความรักในพื้นที่กรุงเทพฯ

ข้อคิดเห็น
- สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสเนื่องในวันแห่งความรัก

 

3. จัดทำแผนใช้งาน “บางกอกอารีน่า”
2 ฉบับ ข่าวสด, เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนการใช้งานศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่าและค่าธรรมเนียมว่า ได้มอบหมายให้ สวท. รายงานแผนการใช้งานศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่าและค่าธรรมเนียม เพื่อติดตามความคืบหน้าทุก 7 วัน พร้อมรวบรวมเอกสารแผนการบริหารจัดการและแผนการใช้งานของสนามบางกอกอารีน่าหนองจอก เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนเสนอสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้รับทราบด้วย

ผลกระทบ
ด้านบวก
- แผนบริหารจัดการและแผนการใช้งานสนามบางกอกอารีน่า เขตหนองจอก เพื่อให้ใช้ประโยชน์ ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุดและเป็นไปด้วยความโปร่งใส
ด้านลบ
- ตั้งแต่ก่อสร้างศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่าแล้วเสร็จเมื่อปี 57 พบการ ใช้งานยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปี 59 จัดกิจกรรมเพียง 12 ครั้ง ระยะเวลา 90 วัน มีค่าใช้จ่ายค่าน้ำและค่าไฟ รวมประมาณ 24 ล้านบาท

ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์แผนการใช้งานศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่า

 

4. จัดเตรียมหนังสือบริการในห้องสมุดเมือง กทม.
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม.กล่าวกรณี สวท. มีหนังสือไปยังสำนักพิมพ์ต่าง ๆ เพื่อขอความอนุเคราะห์สนับสนุนทรัพยากรสารสนเทศ อาทิ หนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่าง ๆ เพื่อนำมาให้บริการแก่ประชาชนในหอสมุดเมืองของ กทม. ที่เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 2 เม.ย.นี้ การขอสนับสนุนหนังสือเข้าห้องสมุดเมืองดังกล่าว มิได้เป็นมติของผู้บริหาร กทม.คาดจะเป็นความคิดของผู้บริหาร สวท.ที่ต้องการให้สำนักพิมพ์และประชาชนมีส่วนร่วมกับหอสมุดเมือง กทม.อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลหากสำนักพิมพ์ไม่สะดวกในการสนับสนุน เนื่องจากขณะนี้มีจำนวนหนังสือแล้วประมาณ 50,000 เล่ม ซึ่งมาจากหลายรูปแบบทั้งการบริจาค การจัดซื้อ เป็นต้น

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การส่งเสริมการอ่านของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
- การมีส่วนร่วมของสำนักพิมพ์ และผู้ผลิตหนังสือในการสนับสนุนทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดเมือง กทม.
ด้านลบ
- ปัจจุบันสถานการณ์ของสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีกำไรจากการขายหนังสือพิมพ์และบางสำนักพิมพ์ขาดทุนจนต้องปิดตัวไป จึงไม่พร้อมที่จะสนับสนุนหนังสือเข้าห้องสมุด

ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการเปิดบริการหอสมุดเมือง กทม.

 

5. รณรงค์รักปลอดภัยวันวาเลนไทน์
3 ฉบับ ไทยโพสต์, เดลินิวส์, สยามรัฐ
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวเปิดกิจกรรมรณรงค์รักอย่างปลอดภัยใส่ใจสุขภาพในวันวาเลนไทน์ ภายใต้โครงการรักอย่างปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ ประจำปี 60 ว่า เนื่องในโอกาสวันแห่งความรัก กทม.จึงถือโอกาสนี้ผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน รณรงค์และสร้างความเข้าใจเรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ทุกคนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน มีสติและรู้เท่าทันระหว่างสมดุลของความรักและความสัมพันธ์ รู้จักการป้องกันเพื่อให้เป็นรักที่ปลอดภัย ผ่านช่องทางการสื่อสารที่ร่วมสมัย เพื่อให้เข้าถึงและสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด "รักเป็น...รักปลอดภัย" หรือพื้นที่สำหรับสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ รวมถึงปรึกษาปัญหาต่างๆ แก่คู่รักยุคใหม่ทางเพจเฟซบุ๊ก iloveclub เนื่องจากปัจจุบันโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังเป็นปัญหาที่คุกคามและส่งผลกระทบอย่างสูงต่อภาวะสุขภาพ

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การรณรงค์เผยแพร่ข้อมูล ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง รวมทั้งสร้างความตระหนักให้เกิดทัศนคติเชิงบวกต่อการมีเพศสัมพันธ์
ด้านลบ
- สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี ในกรุงเทพฯ ในปี 60 คาดมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี 77,970 คน มีผู้ที่ทราบสถานะการติดเชื้อเอชไอวีและมีชีวิตอยู่ 63,471 คน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ได้รับยาต้านไวรัสและมีชีวิตอยู่ 33,605 คน และคาดจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,205 คน การติดเชื้อเฉลี่ย 5 คน/วัน และกว่าร้อยละ 70 ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ขณะที่ปัจจุบันแนวโน้มผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี

ข้อคิดเห็น
- สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การรณรงค์สร้างความเข้าใจและให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน

 

6. ปี 60 เปิดบริการผู้สูงอายุครบวงจร
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้เร่งวางแนวทางการดูแลให้บริการผู้สูงอายุ โดยก่อสร้างโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านอย่าง มีประสิทธิภาพ สถิติการเข้าใช้บริการในช่วง 4 ปี ที่เปิดให้บริการ มีผู้ป่วยมารับบริการกว่า 80,000 ราย - กทม.อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างโรงพยาบาลดังกล่าว ให้แล้วเสร็จตามกำหนด เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนจะเป็นโรงพยาบาลขนาด 300 เตียง ที่มีศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุแห่งแรกของกรุงเทพฯ โดยจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการประชาชนแบบสมบูรณ์ได้ในปี 62

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้รับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อคิดเห็น
- สำนักการแพทย์ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การจัดบริการทางการแพทย์ เพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

7. วัดลาดพร้าวฟ้อง กทม.รื้ออาคาร-ตัดต้นไม้ในวัด
6 ฉบับ มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, คม ชัด ลึก, สำนักข่าวไทย, ผู้จัดการรายวัน 360
รายละเอียด
- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และกลุ่มภิกษุสงฆ์ 24 รูป อุบาสก อุบาสิกาที่อยู่ในชุมชนรอบวัดลาดพร้าว 72 คน ยื่นฟ้อง ผอ.เขตลาดพร้าว, ผอ.สนน., ผว.กทม. และเจ้าอาวาสวัดลาดพร้าว เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 เรื่องกระทำการโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.และบริษัท ริเวอร์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด นำเครื่องจักรเข้ารื้อถอนอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ศาลาที่พัก เฟอร์นิเจอร์ และตัดโค่นต้นไม้ภายในบริเวณวัดลาดพร้าว ซึ่งเป็นศาสนสมบัติของวัด ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.60 จนถึงวันที่ยื่นฟ้องผู้ฟ้องทั้ง 97 คน จึงขอให้ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 กระทำการขัดต่อสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญฯ, พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ และ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และมีคำพิพากษาให้ฟื้นฟูสภาพต้นไม้ที่ถูกทำลาย และอาคารสิ่งปลูกสร้างศาลาที่พัก ให้กลับคืนมาในสภาพเดิม หรือไม่ด้อยกว่าเดิม หรือใกล้เคียงสภาพเดิม รวมทั้งขอให้ศาลสั่งเจ้าอาวาสวัดลาดพร้าวปกป้องศาสนสมบัติ ของวัดลาดพร้าวให้กลับคืนสภาพเดิม และปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ที่จะต้องบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ถึงที่สุด
- ศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบความ เพื่อมีคำสั่งต่อไปว่าจะรับฟ้องไว้เพื่อมีคำพิพากษาหรือไม่

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวคลองสาธารณะตามนโยบายของรัฐบาล
ด้านลบ
- กลุ่มผู้ฟ้องระบุการที่ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 สั่งการให้รื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว โดยให้เหตุผลจะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง เพื่อประโยชน์ในการระบายน้ำ แต่ไม่ได้จัดประชุมประชาคม หรือ ชี้แจงใดๆ เพื่อขอความเห็นต่อภิกษุ คณะสงฆ์ หรือผู้จัดการประโยชน์ ของวัด หรือผู้ฟ้องคดีโดยรอบวัด ขณะที่ในข้อเท็จจริงวัดลาดพร้าว เทปูนขั้นบันไดลักษณะคล้ายเขื่อนหรือกำแพงตลิ่งริมคลองไว้นานแล้ว ดังนั้น พื้นที่ริมชายคลองในพื้นที่ของวัดลาดพร้าว จึงไม่ใช่ปัญหา หรืออุปสรรคในการระบายน้ำ หรือการบริหารจัดการน้ำของ กทม. นอกจากนี้ การจัดการศาสนสมบัติของวัดยังต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และกฎกระทรวง

ข้อคิดเห็น
- สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ชี้แจงกรณีการ รื้อถอนอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และตัดต้นไม้บริเวณวัดลาดพร้าว เพื่อดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว

 

8. ค้านจัดระเบียบบ้านมั่นคง-รื้อย้ายชุมชนริมคลอง
2 ฉบับ เดลินิวส์, ไทยรัฐ -
รายละเอียด
- นายสมพงษ์ ช่างปั้น เลขาธิการเครือข่ายสิทธิชุมชนคนริมคลอง กล่าวว่า ตนพร้อมตัวแทนชาวบ้านชุมชนเพิ่มสินริมน้ำ เขตสายไหม และตัวแทนชุมชนในแนวคลองลาดพร้าว อาทิ ชุมชนก้าวหน้า ชุมชนวัดบางบัว ชุมชนวังหิน และชุมชนในแนวคลองเปรมประชากร ยื่นหนังสือถึงบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ ยืนยันชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการดำเนินการของรัฐ แต่ที่ผ่านมาการทำโครงการของภาครัฐและ พอช.มีกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมายที่กำหนดและไม่เป็นไปตามมติ ครม. วันที่ 5 มิ.ย.55 ที่ระบุให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดหาที่พักอาศัยถาวร (บ้านมั่นคง) ให้ผู้บุกรุก ยืนยันหากจะทำเขื่อนในแนวริมฝั่งที่เป็นฝั่งคลองตามสภาพจริง ขณะนี้ไม่มีชาวบ้านรายใดต่อต้าน แต่ไม่ควรมารื้อบ้านบนบก แม้จะอยู่ในแนวเขตคลอง เพราะที่ผ่านมาเขตฯ ออกเลขบ้านให้ และดูแลชุมชนมาโดยตลอด มีงบพัฒนาชุมชนให้แสดงว่าที่ผ่านมาภาครัฐยอมรับสถานะของชาวบ้าน และหากจะทำเขื่อนบริเวณแนวตลิ่งจะช่วยกันเจรจากับบ้านที่อยู่ในน้ำให้รื้อออก แต่รัฐต้องจ่ายค่าชดเชยให้
- พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าวของรัฐบาลราว 1,000 ครัวเรือน ซึ่งอยู่ระหว่างสร้างความรับรู้ความเข้าใจถึงข้อดีและประโยชน์ที่ชุมชน รวมทั้งประชาชนจะได้รับ ตนได้กำชับให้ พอช.เป็นเจ้าภาพหลักเร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าว ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การดำเนินโครงการการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าวตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
- ตัวแทนชาวบ้านคลองเปรมประชากรระบุขณะนี้คลองเปรมฯ ยังไม่มีโครงการสร้างเขื่อน แต่ฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตดอนเมืองและ เจ้าหน้าที่ พอช. เข้าไปบอกชาวบ้านว่าต้องเข้าโครงการบ้านมั่นคงหาก ไม่เข้านำหมายศาลมาติด ทำให้ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา ทั้งที่ มีเลขบ้านและเขตฯ ก็ดูแลมาตลอด

ข้อคิดเห็น
- สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเกี่ยวกับการแก้ปัญหารุกล้ำแนวคลองสาธารณะและการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ผู้บุกรุก

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. กทม. เตรียมปรับค่าเก็บขยะเป็น 226 บาท/หลังคาเรือน
www.pantip.com
https://www.pantip.com/topic/36108907
29 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 55 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกรณี กทม. เตรียมกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะใหม่เป็น 226 บาท/ครัวเรือน ซึ่งคิดจากต้นทุนการเก็บขนมูลฝอยและค่ากำจัดขยะนั้น โดยขอให้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บขยะด้วย อาทิ เพิ่มความถี่การจัดเก็บและจัดเก็บให้ทั่วถึง ไม่มีขยะตกค้าง เพิ่มจำนวนถังขยะในแหล่งชุมชน มีมาตรการลงโทษกับครัวเรือนที่ไม่ชำระค่าธรรมเนียม เพิ่มสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่เก็บขยะ ฯลฯ
- ร้อยละ 45 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า อัตราค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่จัดเก็บ 20 บาท/ครัวเรือน หลายเท่า ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากและเป็นการผลักภาระให้ประชาชน

ข้อเสนอแนะ
สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะอัตราใหม่ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บขยะ

 

2. ขอความช่วยเหลือถูกรถขนขยะ กทม.ชนขาขาด
www.facebook.com/BuaInterLaw&Business-ทนายวรชัยบัวสะอาด
https://www.facebook. com/BuaInterLaw/photos/a.1025591591590819144.1073741828.1025405940837709/1459147197463579/?type=3&theater
13 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 100 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีนายชลอ เจริญสุข ถูกรถขนขยะ กทม. ชนขาขาด ซึ่ง กทม. ยังไม่ได้เข้ามาเยียวยาให้ความช่วยเหลือ และขณะนี้ทนายความอยู่ระหว่างดำเนินการฟ้องร้องให้ กทม. รับผิดชอบ นั้น หากอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กทม. จริง ก็ควรตรวจสอบและช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย โดยไม่ต้องรอให้มีการฟ้องร้องกันก่อน

www.pantip.com
https://www.pantip.com/topic/36108973
10 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 60 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขอให้ กทม. กวดขันดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และรถเก็บขยะ กทม. เนื่องจากพบบางคันขับขี่เร็วมาก รวมถึงไม่มีมารยาทในการขับขี่ ขณะเดียวกันการออกปฏิบัติหน้าที่ในเวลา 07.00-07.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ยังกีดขวางทางสัญจรของผู้ใช้รถใช้ถนน
- ร้อยละ 40 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า รู้สึกเห็นใจผู้ประสบเหตุจากการถูกรถขยะของ กทม. ชน ทั้งยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จาก กทม.

ข้อเสนอแนะ
สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและพิจารณาเยียวยาให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกรถเก็บขยะของ กทม. ชนขาขาด รวมทั้งการกวดขันการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำรถเก็บขยะ กทม.

 

3. เสี่ยงคนกรุงฯ ถึง S-GUARD เสาป้องกัน จยย.ขี่บนทางเท้า
www.facebook.com/PostToday
https://www.facebook.com/119948869834/posts/10155185917124835
134 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 74 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณี กทม. จัดทำ S-GUARD อุปกรณ์กั้นรถจักรยานยนต์ขึ้นมาขับขี่บนทางเท้า ซึ่งติดตั้งในหลายพื้นที่ นั้น ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริง ทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้คนเดินเท้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการที่ต้องใช้วีลแชร์ โดยขอเสนอให้ดำเนินการกวดขันจับปรับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง อาศัยภาพจากกล้อง CCTV ที่ติดตั้งในหลายพื้นที่ใช้เป็นหลักฐานในการปรับ ให้ประชาชนถ่ายรูปเป็นหลักฐานและได้รับส่วนแบ่งค่าปรับ ปลูกจิตสำนึกเรื่องวินัยจราจร พิจารณาทำช่องทางสำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ ฯลฯ
- ร้อยละ 26 ของผู้แสดงความคิดเห็น ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ กทม. ในการแก้ปัญหารถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้า โดยขอให้ดำเนินการในทุกพื้นที่ และใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้า รวมทั้งการเปิดช่องทางการแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืนพร้อมภาพประกอบ

 

4. พื้นที่โฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS
www.facebook.com/ThaiPBSFan
https://www.facebook.com/330743535084/posts/10158326509290085
18 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 75 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า สื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS ควรเพิ่มพื้นที่สำหรับให้บริการข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขณะเดียวกันควรเพิ่มเครื่องออกบัตรและขยายช่องทางเข้าออก โดยเฉพาะในสถานีที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
- ร้อยละ 25 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เสียงโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS ดังเกินไป บางครั้งทำให้ผู้โดยสารไม่ได้ยินเสียงประกาศแจ้งสถานี

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพิจารณาเพิ่มพื้นที่ให้บริการข่าวสารบนโฆษณารถไฟฟ้า BTS รวมถึงการเพิ่มตู้จำหน่ายตั๋วและขยายช่องทางเข้าออกสถานีที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. ชวนถ่ายภาพแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืนขี่ จยย.บนทางเท้า
3 ฉบับ เดลินิวส์ , ไทยรัฐ, มติชน
รายละเอียด
- พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถ จักรยานยนต์บนทางเท้าว่า ได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตร่วมกับคณะอนุกรรมการประจำกรุงเทพมหานครพื้นที่รับผิดชอบเขตและสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ประชุมวินจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดหากฝ่าฝืนวิ่งบนทางเท้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท โดยให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างงดเว้นการฝ่าฝืนกฎหมาย และรวมพลังสอดส่องดูแลไม่ให้มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดกระทำการฝ่าฝืน รวมทั้งบันทึกภาพ/หลักฐานผู้ฝ่าฝืน ส่งให้เทศกิจ หรือตำรวจพื้นที่ดำเนินคดี และให้สำนักงานเขตทำบันทึกข้อตกลงกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
- ให้ ผอ.เขต ดำเนินการจัดประชุมและรายงานผลการดำเนินการพร้อมภาพถ่ายให้ สนท.ภายในวันที่ 20 ก.พ. เพื่อสรุปรายงานให้ ผว.กทม. ทราบ นอกจากนี้ ให้สำนักงานเขตออกประกาศเกียรติคุณให้กับ วินจักรยานยนต์รับจ้าง หรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่ปฏิบัติตามกฎหมายและให้ความร่วมมือในการสอดส่องดูแลไม่ให้มีบุคคลใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยช่องทางการแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืนพร้อมภาพประกอบ ส่งมาที่อีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือสายด่วนเทศกิจหมายเลข 0-2465-6644 โดยจะรักษาความลับของผู้ให้ข้อมูล

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การประสานความร่วมมือในการป้องกันและแก้ปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้า
ด้านลบ
- กรณีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า หากฝ่าฝืนครั้งที่ 1 ต้องถูกดำเนินคดี-ห้าม วิ่งรับจ้างเป็นระยะเวลา 1 เดือน ฝ่าฝืนครั้งที่ 2 ต้องถูกดำเนินคดี-ห้ามวิ่งรับจ้างเป็นระยะเวลา 3 เดือน กรณีมีการฝ่าฝืนครั้งที่ 3 ต้องถูกดำเนินคดี-ห้ามวิ่งรับจ้างเป็นระยะเวลา 6 เดือน

ข้อคิดเห็น
- สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์บนทางเท้ารวมทั้งช่องทางการแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืนพร้อมภาพประกอบ

 

2. เปิดหอสมุดเมือง 2 เม.ย.นี้
4 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ, ข่าวสด, ไทยโพสต์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าหอสมุดเมือง ครั้งที่ 3 ว่า ขณะนี้โครงสร้างและการตกแต่งภายในเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการทดสอบเดินระบบซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการจัดหนังสือเข้าชั้น โดยปัจจุบันมีหนังสือที่จะนำเข้าชั้นทั้งหมด 46,000 เล่ม ขณะที่พื้นที่ภายในห้องสมุดสามารถรองรับหนังสือได้ถึง 2 แสนเล่ม โดยหนังสือส่วนหนึ่งได้รับการบริจาคจากหน่วยงานและบุคคลสำคัญ คาดทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือน มี.ค.นี้ และกำหนดเปิดหอสมุดเมืองในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันรักการอ่าน ทั้งนี้ หอสมุดดังกล่าวจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น.

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การดำเนินการตามพันธกิจกรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลกและการส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการอ่าน

ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และ การท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมการเปิดให้บริการหอสมุดเมืองในวันที่ 2 เม.ย.นี้

 

3. บริหารจัดการโรงผลิตปุ๋ย
3 ฉบับ ไทยรัฐ, มติชน, ข่าวสด
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า ปัจจุบัน กทม.มีโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักที่ศูนย์กำจัดขยะหนองแขมและศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช ซึ่งสามารถผลิตปุ๋ยได้ประมาณ 50 ตัน/วัน เพื่อนำไปแจกจ่าย ให้โรงเรียน หรือสวนสาธารณะของ กทม. โดยในปี 58 สสล. ได้ขอจัดสรรงบประมาณ 880 ล้านบาท สำหรับการจ้างบริษัทเอกชนบริหารจัดการ แต่จากการศึกษาพบ กทม.ต้องจ่ายค่าบริหารจัดการ 2,000-2,200 บาท/เดือน ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินไป จึงมีความเห็นว่า ควรยกเลิกโครงการฯ ในการจ้างเอกชนมาผลิตปุ๋ยและจะให้เจ้าหน้าที่ กทม.เป็นผู้บริหารจัดการเอง ซึ่ง สสล.ได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการ โดยจัดทำเป็นระบบปิด เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละออง ขณะเดียวกันจะจัดซื้อเครื่องย่อย กิ่งไม้ที่สามารถย่อยผักตบชวาได้ด้วย สำหรับบุคลากรที่ทำหน้าที่ผลิตปุ๋ยทั้ง 2 ศูนย์ จำนวน 100 คน ต้องหารือร่วมกัน เพื่อหาทางพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การดำเนินการบริหารจัดการโดยโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด
ด้านลบ
- การผลิตปุ๋ยยังมีปัญหาในการดำเนินการคือ 1) ระบบที่ทำเป็นระบบเปิด ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ 2) เครื่องย่อยกิ่งไม้ 4 เครื่อง ใช้งานได้เพียง 2 เครื่อง คือ ที่ศูนย์หนองแขม 1 เครื่อง และศูนย์อ่อนนุช 1 เครื่อง นอกจากนี้ เครื่องย่อยดังกล่าวสามารถย่อยได้เพียงกิ่งไม้ แต่ไม่สามารถย่อยผักตบชวาได้ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องการใช้งานพื้นที่ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยรวมทั้ง 2 ศูนย์ 40 ไร่ ต้องพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าในส่วนนี้ด้วย

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การวางแนวทางการบริหารจัดการโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักที่ศูนย์กำจัดขยะหนองแขมและศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช

 

4. เร่งรื้อย้ายบ้านรุกล้ำคลองลาดพร้าว
2 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด -
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงการรื้อย้ายบ้านรุกคลองลาดพร้าวว่า ขณะนี้ กทม.ได้ดำเนินการไปแล้วหลายจุดและได้กำชับ ผอ.เขตทั้ง 8 เขต คือเขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว ห้วยขวาง และวังทองหลาง เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยจะต้องเข้าพื้นที่มากกว่า 1 ครั้งและต่อเนื่อง เพื่อลดความข้องใจและความกังวลของประชาชนที่เกรงเมื่อย้ายแล้วอาจไม่มีที่อยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถทำความเข้าใจกับประชาชนที่จะต้องรื้อบ้านออกจากคลองได้แล้วกว่าร้อยละ 90 หากชุมชนใดสามารถเข้าพื้นที่ได้ กทม.จะดำเนินการทันที ซึ่งได้กำชับให้ทำพร้อม ๆ กันทั้ง 8 เขต ประมาณ 2,600 ครัวเรือน ตั้งเป้าหมายให้สำเร็จภายในเดือนธ.ค. 60 อย่างไรก็ตาม หากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ กทม.จะพิจารณาใช้กฎหมายประกาศคณะปฏิวัติ (ปว.) 44 ซึ่งได้แจ้งระเบียบการไปยังสำนักงานเขตเรียบร้อยแล้ว
- นอกจากการรื้อบ้านประชาชน กทม.ยังเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ หากพบมีต้นไม้ใหญ่ในจุดใด จะล้อมต้นไม้เพื่อย้ายไปปลูกในที่ ที่เหมาะสม ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร ขณะนี้เริ่มทยอยล้อมต้นไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณ คลองลัดลาดพร้าว

ผลกระทบ
ด้านบวก
- โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและแก้ปัญหาชุมชนบุกรุกพื้นที่คลอง กีดขวางเส้นทางระบายน้ำตามนโยบายรัฐบาล

 

5. ตั้ง ก.ก. ศึกษาแนวทางจัดเก็บค่าขยะ
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า กรณีมีการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต หนังสือรับรองการแจ้ง และการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย พ.ศ. 2559 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 59 ตามกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการเก็บขนมูลฝอยและการกำจัดมูลฝอยเพิ่มขึ้น อีกทั้ง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 ได้กำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลด้วย แต่กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ การกำหนดอัตราการจัดเก็บ แตกต่างกัน กทม. จึงอยู่ระหว่างการพิจาณาความถูกต้องเหมาะสมในการร่างข้อบัญญัติการจัดเก็บค่าธรรมเนียมมูลฝอยให้สอดคล้องกับกฎหมายทั้งสองฉบับและเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันมากที่สุด โดยได้สั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณายกร่างข้อบัญญัติ กทม. เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการจัดการ สิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย ซึ่งจะรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง วางรูปแบบการยกร่างข้อบัญญัติ กำหนดอัตราค่าจัดเก็บและกำจัดมูลฝอย ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้น จะพิจารณาแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจัดการขยะให้เหมาะสมเพื่อนำมาออกเป็นข้อบัญญัติบังคับใช้ต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การปรับปรุงค่าธรรมเนียมการเก็บขนมูลฝอยและกำจัดมูลฝอยของ กทม. ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ด้านลบ
- อัตราค่าธรรมเนียมเก็บขนมูลฝอยเดิมนั้น บ้านเรือนทั่วไปจัดเก็บหลังคาเรือนละ 20 บาท แต่ผลจากศึกษาต้นทุนการเก็บขนมูลฝอย และการกำจัดที่แท้จริง พบการเก็บขนยู่ที่เดือนละ 128 บาท และค่ากำจัด อยู่ที่เดือนละ 98 บาท รวมแล้วแต่ละครัวเรือนต้องจ่าย 226 บาท/เดือน

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การพิจารณาแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจัดการขยะให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่และสถานการณ์ปัจจุบัน
- การรื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำแนวเขตพื้นที่คลองและการจัดหาที่อยู่อาศัยทดแทน
ด้านลบ
- ประชาชนที่พักอาศัยบริเวณริมคลองลาดพร้าวส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่ยังมีบางส่วนไม่ต้องการจะย้ายออก เพราะเคยชินกับวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ซึ่งต้องเร่งทำความเข้าใจ

ข้อคิดเห็น
- สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยรุกล้ำพื้นที่คลองลาดพร้าว

 

6. ยกระดับศูนย์สาธารณสุข กทม. รองรับสังคมผู้สูงอายุ
1 ฉบับ มติชน
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ส่งต่อการพยาบาลต่อเนื่องที่บ้านว่า การดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษอย่างผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลลำบาก การนำผู้ป่วยเหล่านี้ไปโรงพยาบาลอาจทำได้ยาก สำหรับประชาชน ที่ต้องการรับความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งลงทะเบียนกับศูนย์ BMA ผ่านโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยไปรักษาศูนย์ฯ จะรับข้อมูลรายชื่อ, โรค และบ้านเลขที่ของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลต่างๆ ผ่านโปรแกรมสถิติที่กรมอนามัย กทม. คิดค้น เชื่อมกับระบบออนไลน์ และแจ้งเตือนกำหนดการสำหรับระยะเวลาที่อาสาสมัครจะต้องเดินทางไปดูแลผู้ป่วย รวมทั้งระบบการแจ้งเตือนฉุกเฉิน
- ปัจจุบันมีอาสาสมัคร 2,400 คนที่ผ่านการอบรมกับ สนอ. เข้าร่วม โดยทำงานในลักษณะจิตอาสา แต่มีผู้ป่วยกว่า 40,000 ราย ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนส่งต่อรายชื่อให้กับศูนย์ฯ ดูแล ซึ่งการพัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลผ่านโปรแกรมดังกล่าว รวมทั้ง กทม. มีแผนยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 68 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ให้เป็นไปในลักษณะศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service) สำหรับผู้สูงอายุ โดยให้บริการตรวจร่างกายจากแพทย์และพยาบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างเต็มที่และเท่าเทียม

ผลกระทบ
ด้านบวก
- สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว นโยบายดังกล่าวจะทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ได้อย่างทั่วถึง
- การยกระดับการให้บริการศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. เพื่อรองรับสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ ในกรุงเทพฯ

ข้อคิดเห็น
- สำนักอนามัย และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ การยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งเชิญชวนประชาชนที่มีญาติเป็นผู้ป่วยติดเตียงเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร “โครงการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน”

 

7. แจกถุงยางอนามัย - รณรงค์ลดการติดเชื้อ HIV
2 ฉบับ มติชน, บางกอกโพสต์
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวว่า เนื่องในวันวาเลนไทน์ กทม. ได้เสนอของบประมาณจัดซื้อถุงยางอนามัย 6-7 ล้านชิ้น เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนตลอดปี โดยจะกระจายไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. โรงเรียน และโรงพยาบาลในสังกัด ขณะเดียวกันในปีนี้ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.จะจัดบริการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่ประชาชน นอกจากนี้ กทม. ได้จัดกิจกรรม "รักเป็น รักปลอดภัย" โครงการรักอย่างปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพเนื่องในวันวาเลนไทน์ ที่ลานกิจกรรมหอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม.

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การรณรงค์ลดการติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือการตั้งครรภ์แบบ ไม่พร้อม
ด้านลบ
- จากการคาดการณ์ในปี 60 จะมี ผู้ติดเชื้อเอชไอวีกว่า 77,000 คน ในจำนวน 50,000 กว่าคน ทราบว่าตนเองติดเชื้อ ที่เหลืออีกราว 22,000 คน ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสู่การแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น

ข้อคิดเห็น
- สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การรณรงค์ลดการติดเชื้อเอชไอวีและการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

 

8. บูรณาการแผน ประชารัฐร่วมใจแก้ปัญหายาเสพติด
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
- นางวันทนีย์ วัฒนะ รป.กทม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกรุงเทพฯ ครั้งที่ 1 ที่ประชุม ได้รายงานการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามนโยบายของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ โดยกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประกอบด้วย 4 แผน ได้แก่ แผนการป้องกันยาเสพติด การบำบัดรักษา การปราบปรามยาเสพติด และการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ซึ่งมีแนวคิดการปฏิบัติเอาชนะยาเสพติด ในระดับหมู่บ้าน/ชุมชนจะต้องสลายโครงสร้างปัญหาด้วยการลดและขจัดอิทธิพลของกลุ่มการค้ายาเสพติด รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องมีผลประโยชน์ โดยให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความมั่นใจที่จะเข้าร่วมการแก้ไขปัญหาเป็นอันดับแรก

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ

ข้อคิดเห็น
- สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

9. 16 ก.พ. ประกาศยุทธศาสตร์รับมือการเปลี่ยนแปลงเมือง
3 ฉบับ เดลินิวส์, ข่าวสด, สยามรัฐ
รายละเอียด
- นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผอ.สสล. กล่าวว่า กทม.ร่วมกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และมูลนิธิ 100 Resilient Cities เตรียมเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพฯ (Bangkok Resilience Strategy) เพื่อพร้อมรับมือ-จัดการกับการเปลี่ยนแปลงกับปัญหาที่เพิ่มขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองปลอดภัย น่าอยู่ และยั่งยืน” กทม. กำหนดเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ฯ ในวันที่ 16 ก.พ.60 เวลา 13.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. เป็นประธาน

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดทำแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง ในกรุงเทพฯ จัดการกับการเปลี่ยน แปลงกับปัญหาที่มากขึ้นในศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ
ด้านลบ
- ปัจจุบันกรุงเทพฯ ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของเมืองในด้านต่าง ๆ

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในกรุงเทพฯ

 

10. เตรียมเพิ่มพื้นที่แก้มลิง สวนเบญจกิติ
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
- รายงานข่าวกรณีโรงงานยาสูบมีแผนจะย้ายออก จากพื้นที่คลองเตยไปนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา และมอบพื้นที่ให้ กทม.นำไปพัฒนาให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ จากการสำรวจเบื้องต้น กทม.สามารถใช้บึงรับน้ำขนาด 168 ไร่ ที่อยู่ในสวนเบญจกิติทำเป็นแก้มลิงได้ โดยบึงรับน้ำดังกล่าวสามารถรองรับปริมาณน้ำได้กว่า 1 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งหากมีการพร่องน้ำ 5 แสน ลบ.ม. จะรองรับฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ผว.กทม. ให้ตรวจสอบได้รับมอบพื้นที่โรงงานยาสูบอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ หากยังไม่ดำเนินการขอให้เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ รวมถึงแผนการย้ายออกของโรงงานยาสูบที่ชัดเจน
- นอกจากนี้ ได้ให้ สสล. ศึกษาโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะ เพื่อออกแบบสวนสาธารณะในการ เพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมปลูกและดูแลต้นไม้ คาดพื้นที่ที่โรงงานยาสูบจะคืนให้เป็นปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ ทั้งนี้ หลังจาก กทม.ได้รับมอบพื้นที่ กทม.จะบำรุงรักษาต้นไม้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทำแผนรักษาความปลอดภัยต่อไป

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดหาพื้นที่แก้มลิง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนถนนสุขุมวิทอย่างยั่งยืน
- การเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว เพื่อคนกรุงเทพฯ

ข้อคิดเห็น
- สำนักสิ่งแวดล้อม และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณพื้นที่โรงงานยาสูบ

 

11. เอกชนร้องสำนักนายกฯ กำหนด TOR ซ่อมรถดับเพลิง
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
- รายงานข่าวแจ้งความคืบหน้าการซ่อมบำรุงรถดับเพลิงขนาดใหญ่ของ กทม. 95 คัน รถดับเพลิง ชนิด 4x4 พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดหาบหาม ยี่ห้อ Mitsubishi รุ่น L200 ที่นำออกมาจากที่จอดรถของบริษัทเทพยนต์ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จากทั้งหมด 176 คันว่า หลังจาก สปภ.เปิดประกวดราคา เพื่อซ่อมบำรุงรถดับเพลิงขนาดใหญ่ เมื่อปลายปี 59 ขณะที่เปิดให้เอกชนพิจารณาร่างประกวดราคา (TOR) มีผู้ร้องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องวิธีการและ ราคาซ่อม รวมทั้งควรมีผู้เชี่ยวชาญและมีความชำนาญ ขณะที่ สปภ. กทม. เห็นว่าการหาผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมอาจผิดข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการพัสดุ พ.ศ. 2538 ที่กำหนดห้ามแบ่งซื้อแบ่งจ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้ กองโรงงานช่างกล สนค.เป็นผู้ดำเนินการจัดซ่อมบำรุงรถดับเพลิง ชนิด 4x4 จำนวน 72 คัน โดยใช้งบประมาณเฉลี่ย 2-3 แสนบาท/คัน ไปเรียบร้อยแล้ว ตามนโยบายผู้บริหารที่ได้เร่งรัดให้มีการจัดซ่อมบำรุง เพื่อนำออกมากระจายตามสถานีดับเพลิง 35 สถานี ซึ่งการซ่อมโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญประเมินใน ลอตแรก ทำให้ปัจจุบัน กทม. ยังไม่สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และไม่สามารถลงรายละเอียดการเบิกน้ำมันตามระเบียบของราชการได้ เอกชนจึงต้องการให้ กทม. พิจารณาการประกวดราคาใหม่

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การซ่อมแซมรถดับเพลิง เพื่อนำออกมาใช้ปฏิบัติงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.
ด้านลบ
- การเปิดประกวดราคาซ่อมบำรุงรถดับเพลิงของ กทม.ได้รับการร้องเรียนเรื่องกำหนดร่างประกวดราคา (TOR) เรื่องวิธีการและราคาซ่อม เนื่องจากรถดับเพลิงแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะทางเทคนิคแตกต่างกัน จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณสมบัติรถและอุปกรณ์ในแต่ละรุ่นกำหนดไว้ในทีโออาร์ด้วย

ข้อคิดเห็น
- สำนักป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงกรณีการกำหนด TOR ประกวดราคา เพื่อซ่อมบำรุงรถดับเพลิงขนาดใหญ่

 

12. ร.10 พอพระทัยนิทรรศการเย็นศิระฯ
1 ฉบับ มติชน
รายละเอียด
- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า จากที่ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพอพระทัย การจัดนิทรรศการดังกล่าว เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ทรงมีกระแสรับสั่งว่าเป็นเรื่องที่ดีประชาชนจะได้รับทราบ สถาบันได้ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงวางรากฐานต่างๆ มากมาย ต่อเนื่องจากหลายรัชกาล ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งตรงนี้คือรากฐานที่จะทำให้ประเทศมีความเข้มแข็งบนรากฐานอันแข็งแกร่ง พวกเราทุกคนก็รับสนองพระบรมราโชบายของพระองค์ท่าน ในการที่จะทำให้ศาสตร์พระราชาทั้งหมดไปสู่การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ รวมทั้งศูนย์พัฒนาทั้งหมด 6 ศูนย์ ซึ่งมีความแตกต่างกัน ซึ่งได้กราบบังคมทูลไปว่า ปัจจุบันมี 134 ประเทศ ได้นำไปใช้โดยมีการประยุกต์ใช้ให้เกิดความเหมาะสมตามภูมิศาสตร์ของประเทศนั้นๆ จึงทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการถวายรางวัลจากสหประชาชาติว่าได้ทำคุณประโยชน์ต่อโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของทุกคน

ผลกระทบ
ด้านบวก
- การจัดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” เพื่อถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ข้อคิดเห็น
- สำนักวัฒนธรรม กีฬา และ การท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” บริเวณท้องสนามหลวง

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. แชร์ภาพ จยย. ฝ่าฝืนวิ่งบนทางเท้าไม่สนคำสั่งห้าม
www.facebook.com/Thairath
https://www.facebook. com/ThairathFan
179 ความคิดเห็น
- ร้อยละ 91 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพและคลิปวิดีโอผู้ฝ่าฝืนขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า แม้จะมีการติดป้ายห้ามในพื้นที่นั้น พฤติกรรมดังกล่าวแสดงถึงการขาดจิตสำนึก มักง่าย เห็นแก่ตัวของผู้ขับขี่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจต้องลงพื้นที่กวดขันจับปรับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง เข้มงวด และไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนถ่ายรูปพร้อมทะเบียนรถส่งให้เจ้าหน้าที่และได้รับส่วนแบ่งค่าปรับ
- ร้อยละ 9 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัด ที่กลับรถไกล ไม่มีที่จอดรถสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์

ข้อเสนอแนะ สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

2. เหตุผลที่ จยย. รับจ้างวิ่งบนทางเท้า
www.facebook.com/PostToday
https://www.facebook. com/Posttoday?fref=nf
147 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 64 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกรณีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างระบุเหตุผลที่จำเป็นต้องขึ้นไปขับขี่บนทางเท้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด ย่นระยะทางให้สั้นลง และทำตามคำร้องขอของผู้โดยสารนั้น เป็นข้ออ้างในการกระทำผิด ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรเห็นใจผู้ใช้ทางเท้าที่อาจได้รับอันตรายจากการถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนได้
- ร้อยละ 36 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า การแก้ปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการกวดขันจับปรับอย่างเข้มงวดและไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงพิจารณาทำช่องทางสำหรับจักรยานและรถจักรยานยนต์เหมือนในถนนสาทร

ข้อเสนอแนะ สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการจักรยานยนต์รับจ้าง รวมพลังต่อต้านการขับรถบนทางเท้า โดยดึงวินรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เสด็จเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”
6 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ, สยามรัฐ, แนวหน้า, ข่าวสด, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-เมื่อเวลา 19.13น. วันที่ 9 ก.พ.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรเสด็จพระราชดำเนินออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ณ ท้องสนามหลวง โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พร้อมคณะองคมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พร้อมทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ เฝ้าฯ รับเสด็จ

-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ประกอบด้วย โซนที่ 1 บุญของแผ่นดินไทย อาทิ บูรพกษัตริย์ไทย สืบสานตำนานราชวงศ์จักรี พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจ, โซนที่ 2 พระราชาผู้ทรงธรรม(ทำ), โซนที่ 3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่, โซนที่ 4 พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5 ร้อยใจไทย จากนั้นทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต แล้วเสด็จฯออกจากบริเวณจัดนิทรรศการทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อเวลา 19.45 น.

-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้ช่วยกันสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อไป ให้ประชาชนเข้าใจและเป็นรูปธรรมมากที่สุดรวมทั้งเรื่องของศาสนาด้วย

-นิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล”เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.เป็นต้นไป แบ่งตามรอบประชาชนที่รอกราบถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. และรอบประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ตั้งแต่เวลา 12.00-13.00 น. และเวลา 17.00-18.00 น. โดยจะเปิดเข้าเป็นรอบรอบละ 500 คน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที/รอบ ขณะเดียวกันสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตซึ่งตั้งอยู่ภายนอกอาคารนิทรรศการ โดยจัดแสดงศาสตร์พระราชาที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการดิน น้ำ และธรรมชาติ ซึ่งในส่วนนี้จะจัดแสดง 7 วัน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดแสดงนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”


ข้อคิดเห็น
-สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล ณ ท้องสนามหลวง”

 

2.กทม.ชวนประชาชนทำดอกไม้จันทน์
3 ฉบับ มติชน, แนวหน้า, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวว่า กทม.เชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดเตรียมดอกไม้จันทน์สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการจัดทำดอกไม้จันทน์ด้วยตนเองโดยใช้วัสดุท้องถิ่น เช่น ใบตอง ใบเตย ดอกไม้ในพื้นที่ พร้อมประดิษฐ์ให้มีความสวยงามสมพระเกียรติ

-นอกจากนี้ สนศ. สวท.และ สพส. จะจัดเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์แก่ประชาชนใน 50 สำนักงานเขต รวมถึงจะจัดเตรียมดอกไม้จันทน์ ไว้ให้สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกในการประดิษฐ์เองด้วย ส่วนรูปแบบขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ

-ขณะเดียวกันได้ยังมอบหมายให้สำนักงานเขตจัดเตรียมสถานที่สำหรับตั้งซุ้มวางดอกไม้จันทน์ที่วัดในพื้นที่เขตอย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง รวมถึงประสานโรงเรียน หรือวัดในพื้นที่เพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกด้านที่พักและห้องน้ำรองรับประชาชนจากต่างจังหวัดที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดทำดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนเป็นการแสดงความอาลัยถวายพระองค์ด้วยความตั้งใจจริง


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมจัดเตรียมดอกไม้จันทน์สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำดอกไม้จันทน์แก่ประชาชน

 

3.จัดระเบียบวิน จยย.-คุมเข้มห้ามขับขี่บนทางเท้า
5 ฉบับ มติชน, เดลินิวส์, ข่าวสด, สยามรัฐ, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวหลังประชุมหัวหน้าหน่วยงานของ กทม.ถึงความคืบหน้าโครงการ “จักรยานยนต์รับจ้างรวมพลังต่อต้านการขับรถบนทางเท้า” ว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ทั้ง 50 สำนักงานเขตเชิญตัวแทนวินจักรยานยนต์เข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ คณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้และวินรถจักรยานยนต์ เพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ รวมทั้งโทษที่จะได้รับหากมีการฝ่าฝืน โดยให้ทุกเขตจัดประชุมร่วมกันให้เกิดความชัดเจนก่อนวันที่ 20 ก.พ.นี้ จากนั้นจะประชุมร่วม 6 กลุ่มเขต ก่อนจัดงานแสดงพลังวินรถจักรยานยนต์ไม่ขี่รถบนทางเท้าทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ศูนย์เยาวชน กทม.(ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง

-สำหรับมาตรการการลงโทษวินจักรยานยนต์รับจ้างที่ทำผิดข้อบังคับ จะให้ผู้บริหารวินเป็นผู้ลงโทษตามมาตรการที่กำหนด ส่วน กทม.ดำเนินการเรื่องการเปรียบเทียบปรับ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สนท.เปิดช่องทางรับข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งหากประชาชนพบเห็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าสามารถแจ้งหรือส่งหลักฐานทางช่องทางดังกล่าวได้ต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดึงวินจักรยานยนต์รับจ้างทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจอด หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ

 

4.รณรงค์ติดกล้อง CCTV หน้ารถ
2 ฉบับ ไทยรัฐ, ไทยโพสต์
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการรณรงค์ให้รถยนต์ทุกคันในพื้นที่กรุงเทพฯ ติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ว่า กทม.ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เรื่อง ขอความร่วมมือดำเนินการ หรือรณรงค์ให้รถแต่ละประเภทติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในรถ ดังนี้ 1) รถ บขส. รถ ขสมก. รถไฟ และรถไฟฟ้า 2) รถแท็กซี่ รถตู้ และสามล้อเครื่อง และ 3) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทุกประเภท โดยมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมด้วยการลดเบี้ยประกันให้รถยนต์ทุกคันที่เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมกันนี้ กทม.ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เรื่อง ขอความร่วมมือให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ลดเบี้ยประกันให้รถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการฯ ติดกล้อง CCTV ทั้งนี้ ข้อเสนอการลดเบี้ยประกันภัยให้ผู้ติดตั้งกล้องหน้ารถ บริษัทประกันหลายแห่งเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการลงนามความร่วมมือ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การสร้างวินัยและป้องกันการก่ออาชญากรรม โดยหากรถทุกคันในกรุงเทพฯ ติดกล้องหน้ารถจะช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการรณรงค์ให้รถทุกคันในพื้นที่กรุงเทพฯ ติดกล้อง CCTV

 

5.เร่งรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างรุกคลองลาดพร้าว
2 ฉบับกรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวว่า ขณะนี้สามารถรื้อย้ายบ้านเรือนไปได้ เพียง 7 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ชุมชนสะพานไม้ 2 ชุมชนหลังสมาคม รร.ไทยญี่ปุ่น ชุมชนวังหิน ชุมชนร่วมใจพัฒนากลาง ชุมชน กสบ.หมู่ 5 และชุมชนพัฒนาหมู่ 1 จากชุมชนทั้งหมด 52 ชุมชน จำนวน 7,081 ครัวเรือน ซึ่งชุมชนที่เหลืออยู่ระหว่างการเจรจากับประชาชน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการรื้อย้ายชุมชนจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพื่อดำเนินการก่อสร้างเขื่อน ซึ่งตามสัญญาจะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย.62

-ได้สั่งการให้สำนักงานเขตในพื้นที่แนวเขื่อน 8 เขต ได้แก่ เขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว ห้วยขวาง และเขตวังทองหลาง รายงานความคืบหน้าการทำงานเรื่องคลองลาดพร้าวทุกสัปดาห์และมีปัญหาอุปสรรคด้านใด เพื่อนำปัญหาอุปสรรคมาแก้ไข หลังจากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้ส่งให้ สนน.รายงานในการประชุมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป

-นายธนัช นฤพรพงศ์ ผช.ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า พอช.ร่วมกับสำนักงานเขตในแนวคลองทั้งหมดวางแนวทางเร่งดำเนินงานให้เกิดผลสำเร็จมากที่สุด โดยในกลุ่มบ้านเรือนประชาชนที่ยังต่อต้านโครงการ จากการลงพื้นที่พบบ้านเรือนที่ไม่ยอมรื้อย้ายบางส่วนเกิดจากการเสียผลประโยชน์ เนื่องจากสร้างบ้านบุกรุกแล้วปล่อยเก็บค่าเช่าบนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พอช. จึงประสานกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษีบ้านเช่าต่างๆ ย้อนหลัง พร้อมดำเนินการทางกฎหมายในส่วนอื่นๆ เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะเน้นทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ แต่หากยังต่อต้านไม่ยอมรื้อย้ายต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-โครงการก่อสร้างเขื่อนลาดพร้าว เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีการดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนริมคลองและจัดหาที่อยู่อาศัยให้ใหม่ เพื่อเปิดเส้นทางการก่อสร้าง
ด้านลบ
-ปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้น เนื่องจาก 1) การจัดการที่ดิน การรังวัดพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย 2) การก่อสร้างบ้านเรือนต่างๆ ซึ่งติดขัดในข้อกฎหมายด้านที่ดิน ระยะร่นจากแนวเขตคลองทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ 3) การสร้างบ้านมั่นคงในแนวคลองต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมรูปแบบต่างๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ และ 4) บ้านเรือนบางส่วนในแนวคลองลาดพร้าวกว่าร้อยละ 15-20 ยังต่อต้านการรื้อย้ายชุมชน ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการบ้านมั่นคงได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเร่งรัดแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการรื้อย้ายบ้านเรือนริมคลอง เพื่อดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว

 

6.ขอเพิ่มรถเมล์วิ่งผ่านสนามบางกอกอารีน่า
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวว่า จากการประชุมแนวทางการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อใช้งานศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่า เขตหนองจอก ได้มอบหมายให้ สนศ.และ สพส.วางแนวทางการจัดกิจกรรมต่าง ๆให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ส่วนการใช้งานของหน่วยงานอื่น ๆ หากเป็นหน่วยงานรัฐที่ต้องการจัดงานเพื่อประชาชน กทม.จะให้ใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นหน่วยงานเอกชนจะคิดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้งาน โดยขณะนี้ สวท.อยู่ระหว่างการออกระเบียบการใช้สนามและออกประกาศการใช้บริการและอัตราการใช้งานพื้นที่ที่เหมาะสม

-นอกจากนี้ ให้ สจส.ประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) จัดเส้นทางรถโดยสารประจำทางผ่านศูนย์กีฬาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากขึ้น และจะประสานกรมการขนส่งทางบกเพื่อขออนุญาตจัดทำป้ายรถโดยสารประจำทางตามแนวเส้นทาง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การกำหนดแนวทางจัดกิจกรรมและใช้ประโยชน์ศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่า เขตหนองจอก
ด้านลบ
-เนื่องจากสนามบางกอกอารีน่าตั้งอยู่ในเขตชานเมืองซึ่งระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอจึงทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินตามแนวทางจัดกิจกรรม ระเบียบการใช้สนามและการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางมาศูนย์กีฬาบางกอกอารีน่าเขตหนองจอก

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. กทม. เตรียมยกเลิกเดินรถ BRT หลังขาดทุนปีละ 200 ล้าน
www.facebook.com/VoiceTV21
https://www.facebook.com/131732549847/ posts/10156040988199848
34 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 60 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกรณี กทม. จะยกเลิกโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ เพราะต้องประสบภาวะขาดทุนปีละ 200 ล้านบาท เนื่องจากเป็นบริการสาธารณะ จึงยากจะทำกำไร รวมทั้งรถ BRT สร้างจากแนวคิดที่จะขนคนจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองบนเส้นทางที่ไม่มีช่องทางของรถไฟฟ้า ตรงต่อเวลา สะดวก ปลอดภัย และค่าโดยสารถูก ด้วยเส้นทางและระบบบริหารจัดการที่เป็นเอกเทศ ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ขณะที่ปัจจุบันมีผู้โดยสารราว 25,000 คน ในเส้นทางดังกล่าว ดังนั้น จึงควรขยายเส้นทางเพิ่มและปรับอัตราค่าโดยสาร เพื่อให้ขาดทุนลดลง
- ร้อยละ 40 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า เมื่อรถ BRT ประสบภาวะขาดทุนสะสมก็สมควรยกเลิกโครงการ แต่ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณที่ลงทุนและค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการยกเลิกโครงการรถ BRT รวมทั้งการเตรียมรถขนส่งมวลชนรองรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ

 

2. แนะ กทม. ทบทวนยกเลิก BRT
www.facebook.com/ดร.สามารถราชพลสิทธิ์
https://www.facebook.com/Dr.Samart
21 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 86 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ขอให้ กทม. ทบทวนการยกเลิกโครงการรถ BRT เนื่องจากรถ BRT เป็นบริการสาธารณะ เพื่อให้บริการประชาชนโดยไม่หวังผลกำไร แต่ให้ขาดทุนน้อยที่สุด ขณะที่เส้นทางพระราม 3 มีรถโดยสารประจำทางผ่านน้อยมาก รถ BRT จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จึงควรปรับปรุงการบริหารจัดการเดินรถก่อน อาทิ ขยายเส้นทางให้สอดคล้องกับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชน กวดขันจับกุมผู้ใช้รถที่เข้ามาใช้เส้นทางรถ BRT ปรับระบบสัญญาณในการควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกและจุดตัดเส้นทางของรถ BRT เปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการเดินรถ ปรับขึ้นค่าโดยสารให้ถึงจุดคุ้มทุน รวมถึงสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในบริเวณเส้นทางก่อน โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของผู้โดยสาร
- ร้อยละ 14 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม. ควรยกเลิกการเดินรถ BRT เนื่องจากเส้นทางทับซ้อนกับรถไฟฟ้า BTS และทำให้เสียพื้นที่จราจรไปหนึ่งช่องทาง

www.facebook.com/MatichonOnline
https://www.facebook. com/200355362728/posts/10155819809072729
28 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 83 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต รผว.กทม. ที่ขอให้ กทม. ทบทวนการยกเลิกโครงการรถ BRT เนื่องจากเป็นบริการสาธารณะที่ลงทุนโดยรัฐ เพื่อให้บริการประชาชน หากมีการบริหารจัดการที่ดี และประชาชนได้รับประโยชน์ก็ไม่ควรยกเลิก แม้จะขาดทุน ดังนั้น กทม. ควรศึกษาถึงปัญหาให้ชัดเจนและปรับปรุงการบริหารจัดการ อาทิ ขยายเส้นทางให้ครอบคลุมพื้นที่เชื่อมโยงตอบสนองความต้องการของประชาชน ออกกฎหมายควบคุมการใช้เส้นทางรถ BRT หรือให้สัมปทานเอกชนเข้ามาบริหารจัดการเดินรถ
- ร้อยละ 17 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม. ควรยกเลิกโครงการรถ BRT เนื่องจากการเดินรถ BRT ทำให้เสียช่องจราจรไปหนึ่งช่องทาง ขณะที่เส้นทางดังกล่าวประชาชนเข้าถึงได้ยากและไม่ได้ประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งยังเพิ่มปัญหาการจราจรติดขัดในถนนพระราม 3

www.facebook.com/isranewsfanpage
https://www.facebook.com/480564141971928/posts/1564047933623538
21 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 58 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กทม. ควรทบทวนการยกเลิกโครงการ BRT และประเมินความคุ้มค่าของโครงการ รวมทั้งสอบถามความคิดเห็นของผู้ใช้บริการก่อน โดยอาจเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ ขยายเส้นทางการเดินรถ และเพิ่มจำนวนรถในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
- ร้อยละ 42 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีที่ กทม. ยกเลิกโครงการ BRT เริ่มจากการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบโครงการต่างๆ ของ กทม. ที่ประสบภาวะขาดทุนและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน เพื่อให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การบริหารจัดการเดินรถ BRT ของ กทม. ยังไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้มีผู้ใช้บริการน้อยและประสบภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาทบทวนโครงการรถ BRT สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ และการประเมินความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.เปิดร้านศูนย์บาท-ศูนย์สตางค์ ส่งเสริมคัดแยกขยะ
2 ฉบับ ข่าวสด, สำนักข่าวแห่งชาติ
รายละเอียด
-พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. กล่าวในการ เปิดร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” ที่สำนักงานเขตประเวศว่า การจัดโครงการร้าน ”ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” เป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและสามารถนำขยะรีไซเคิลมาแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของ กทม.ที่ทำได้ทันทีและต่อเนื่อง โดยจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะของทางราชการได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ให้การสนับสนุนตู้คอนเทนเนอร์ วัสดุอุปกรณ์ และสินค้าภายในร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” โดยไม่ใช้งบประมาณของราชการ คาดหวังโครงการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องนำไปกำจัดได้ไม่น้อยกว่า 2,100 กิโลกรัม/เดือน ซึ่งจะทำให้การกำจัดขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะของทางราชการ

-ร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” ในรูปแบบสมาชิกสหกรณ์ จัดตั้งที่สำนักงานเขตประเวศและสถานศึกษาในสังกัด กทม. 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดกระทุ่มเสือป่า โรงเรียนคลองปักหลัก โรงเรียนสุเหร่าจระเข้ขบ โรงเรียนวัดตะกล่ำ โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ และโรงเรียนคชเผือกอนุสรณ์ ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาขยายให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต


ผลกระทบ
ด้านบวก
-ร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยสร้างวินัยในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยก่อนนำไปทิ้งและชี้ให้เห็นว่าขยะรีไซเคิลเป็นขยะที่มีมูลค่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นการลดปริมาณขยะมูลฝอย ตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายกรุงเทพฯ เมืองสะอาด


ข้อคิดเห็น
-สำนักการศึกษา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดร้าน “ศูนย์บาท ศูนย์สตางค์” เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

 

2.สจส.เสนอของบฯ สภา กทม.
1 ฉบับข่าวสด
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม. กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. ที่ประชุมสภา กทม. ที่ประชุมจะพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม.จ่ายขาดเงินสะสม จำนวน 3,200 ล้านบาท เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณตามข้อบัญญัติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ไว้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ จะมีญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ขณะเดียวกันจะรายงานผลการดำเนินการและขอความเห็นชอบในหลักการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พร้อมขอจัดสรรงบประมาณด้วย

-นายสุธน อาณากุล รผอ.สจส. กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว ฝ่ายบริหาร กทม.จะเสนอหลักการและเหตุผล เพื่อขออนุมัติงบประมาณ นำมาใช้จ่ายในการโอนให้ รฟม. รวม 3,557.053 ล้านบาท ซึ่ง กทม.ต้องชำระหลังจาก รฟม.ได้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการโครงการไปแล้วในเบื้องต้น นอกจากนี้ กทม.ต้องชำระ ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการกู้เงิน ค่าก่อสร้างงานโยธาคงเหลือของรัฐบาลในการดำเนินโครงการ รวม17,538.820 ล้านบาท โดยเป็นเงินต้น 15,420.051 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1,886.381 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการกู้เงิน 232.388 ล้านบาท


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม.จ่ายขาดเงินสะสมสำหรับใช้จ่าย ในการโอนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

 

3.เสด็จฯ เปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”
16 ฉบับ มติชน, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, แนวหน้า, ไทยโพสต์,คม ชัด ลึก, โพสต์ทูเดย์,สำนักข่าวไทย, New)108, สำนักข่าวแห่งชาติ, ผู้จัดการรายวัน 360°, ข่าวสด, สยามรัฐ, เดอะเนชั่น,บางกอกโพสต์,
รายละเอียด
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในการตรวจความพร้อมการเปิด “นิทรรศการเย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ผู้บริหาร กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 9 ก.พ.60 เวลา 19.00 น.นิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่มารอถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เข้าชมระหว่างการรอคอย ภายในนิทรรศการจัดแสดงพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสิ่งของส่วนพระองค์ต่างๆ ประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1) บุญของแผ่นดินไทย โซนที่ 2) พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) โซนที่ 3) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ โซนที่ 4) พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5) ร้อยใจไทย

-จากการตรวจเยี่ยม ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและหลายเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการโดยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการทำความเข้าใจ เน้นย้ำเตรียมความพร้อมในการถวายบรรยายสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงได้ทำไว้และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้ทุกคนสบายใจว่าสิ่งที่พระองค์ทำไว้นั้นไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่ได้นำมาปฏิบัติ เหล่านี้เป็นพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน และให้ใช้แนวทางของรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักการในการทำงาน

-ระยะเวลาในการเปิดให้ประชาชนเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. และจะเปิดให้เข้าชมทุกวันถึงประมาณเดือน มิ.ย.หากเป็นไปได้จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมได้นานที่สุดจนถึงก่อนจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล”
-การดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”

 

4.กำชับเขตติดตามจัดระเบียบคลองลาดพร้าว
1 ฉบับ ข่าวสด
รายละเอียด
-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รผว.กทม. กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัยและการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวเขตคลองลาดพร้าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเขตที่รับผิดชอบรายงานความคืบหน้าการทำงานเรื่องคลองลาดพร้าวในรอบสัปดาห์ทุกวันศุกร์ก่อนเวลา 12.00 น.มีปัญหาอุปสรรคด้านใดบ้าง แล้วนำข้อมูลส่งให้ สนน.นำไปรายงานในการประชุมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต่อไป โดยมั่นใจชุมชนต่างๆ มีความพร้อมย้ายออกจากพื้นที่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินการจัดระเบียบและแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวคลองสาธารณะตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการขาด การติดตามและพูดคุยกับประชาชนน้อยเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน ส่งผลให้การทำงานล่าช้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัยและการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ แนวเขตคลองลาดพร้าว

 

5.มท.เห็นชอบแบบก่อสร้างสะพานเกียกกาย
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผอ.สำนักงานออกแบบ สนย.กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเกียกกาย พร้อมถนนเชื่อมว่า การแก้ไขปรับปรุงรูปแบบการก่อสร้าง ครั้งที่ 3 เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณใกล้เคียงมากที่สุด โดยกทม.ได้หารือกับสมาคมสถาปนิกสยามเพื่อปรับปรุงรูปแบบ ซึ่งแนวก่อสร้างยังอยู่ในแนวเดิม แต่การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงถนนที่ต้องสร้างผ่านวัดแก้วฟ้าฯ จะกระทบเพียงซุ้มหน้าวัด เท่านั้น และเบี่ยงคู่ขนานอาคารรัฐสภาออกไปทางขวา อย่างไรก็ตาม รูปแบบการก่อสร้างที่ 3 ผ่านความเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทยแล้ว และภายใน 2 สัปดาห์ กทม.จะนำรูปแบบดังกล่าวชี้แจงต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานกำกับโครงการฯ เพื่อขอความเห็นชอบ และเตรียมขออนุมัติงบประมาณในปี 61 เพื่อดำเนินการก่อสร้าง


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การออกแบบและดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้าเจ้าพระยาบริเวณเกียกกายตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
-โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกายจำเป็นต้องออกกฎหมายเวนคืนที่ดินกว่า 400 แปลง มีสิ่งปลูกสร้างกว่า 500 รายการ


ข้อคิดเห็น
- สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย

 

6.สธ.เตือนรับมือ “ไข้หวัดใหญ่”
5 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ไทยรัฐ, ข่าวสด, สำนักข่าวไทย
รายละเอียด
-นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กรมควบคุมโรคได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ กทม. เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างเข้มข้น พร้อมทั้งแนะนำประชาชนใช้มาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ และขอความร่วมมือโรงเรียนในการช่วยคัดกรองนักเรียน

-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ว่า ได้หารือกับ รมว.สธ.ยอมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 60 มากกว่าปี 59 อาจถึง 2 เท่า เพราะสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดอาจรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับมาตรการสำคัญที่สุดคือ การป้องกัน โดยการรักษาความสะอาด อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชน อย่าตื่นตระหนก เพราะการแพร่ระบาดลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกปี


ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ม.ค.60 มีผู้ป่วย 4,875 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต พบผู้ป่วยมากในกลุ่มเด็กอายุแรกเกิด-14 ปี คาดในปี 60 จะมีผู้ป่วยมากกว่า 300,000 ราย โดยเดือน ก.พ.-มี.ค.คาดจะมีผู้ป่วยประมาณ 13,000 ราย/เดือน


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ในสถานศึกษาของ กทม.

 

7.อดีต รผว.กทม.เสนอทบทวนยกเลิกรถ BRT
2 ฉบับ New)108, มติชน
รายละเอียด
-นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ผว.กทม. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวไม่เห็นด้วยกรณี กทม.จะยกเลิกให้บริการรถประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) หากหมดสัญญาในเดือน เม.ย.นี้ ดังนั้น ก่อน 30 เม.ย.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการให้บริการ ขอให้ กทม.ทบทวนอีกครั้ง เพื่อเป็นการใช้เงินลงทุนก่อสร้าง BRTระยะทาง 15.9 กม. มูลค่า 2,009.7 ล้านบาทให้เกิดประโยชน์สูง

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดบริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ
ด้านลบ
-หาก กทม.ระบุเหตุผลในการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน ตั้งข้อสังเกตุเหตุใด รฟม.จึงไม่ยกเลิกให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และเหตุใดขสมก.จึงไม่ยกเลิกให้บริการรถโดยสารประจำทาง หรือ ร.ฟ.ท.จึงไม่ยกเลิกให้บริการรถไฟทั้งที่ขาดทุนมากกว่า


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาทบทวนโครงการรถ BRT และการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ

 

8.เครือข่ายสมัชชาแม่น้ำคัดค้านทางเดินเลียบเจ้าพระยา
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายยศพล บุญสม สมาชิกเครือข่ายสมัชชาแม่น้ำกล่าวในการเสวนาทิศทางผลกระทบในการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า การสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ความกว้าง 7-10 เมตร ตลอดแนวแม่น้ำระยะทางรวม 14 กม.จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างน้อย 15-20 เมตร ทำให้กระแสน้ำแม่น้ำเจ้าพระยามีความแรงมากขึ้น อีกทั้งตะกอนต่าง ๆ จะเกิดการสะสมในแม่น้ำมากขึ้น ส่งผลให้แม่น้ำตื้นเขินและในอนาคตภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก เพื่อขุดลอกดินตะกอนในแม่น้ำ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดในแม่น้ำจะส่งผลต่อการสัญจรของเรือในแม่น้ำที่มีการสัญจรไม่ต่ำกว่า 1,200 เที่ยว/วัน นอกจากนี้ การสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะบดบังทัศนียภาพริมแม่น้ำ ส่งผลต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชน อีกทั้งในอนาคตอาจกลายเป็นพื้นที่ก่ออาชญากรรม เนื่องจากในระยะ 14 กม. การดูแลบริหารจัดการพื้นที่จะไม่ทั่วถึง หากภาครัฐยังดำเนินโครงการโดยไม่ฟังเสียงประชาชนกลุ่มสมัชชาแม่น้ำเตรียมแนวทางในการฟ้องศาลปกครองให้สั่งชะลอโครงการดังกล่าวต่อไป

-นายจุลจักร จักรพงษ์ ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ ริมแม่น้ำ กล่าวว่า ไม่ต่อต้านโครงการ เนื่องจากเข้าใจเจตนาของรัฐที่ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเท่าเทียม แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดำเนินโครงการที่เร่งรีบทำให้ระยะเวลาจำกัดโดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ อย่างชัดเจนให้กับประชาชน

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตามนโยบายรัฐบาล
ด้านลบ
-เครือข่ายสมัชชาแม่น้ำ ระบุผลกระทบจากการสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจะส่งผลให้ระดับน้ำและกระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีความแรงขึ้น กระทบต่อตะกอนสะสมในแม่น้ำการเดินเรือบดบังทัศนียภาพ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม หากดูแลพื้นที่ไม่ทั่วถึง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการโยธา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

9.ประกาศ 5 ธ.ค.เป็น“วันพ่อ-วันชาติ”
16 ฉบับมติชน, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, เดลินิวส์, แนวหน้า, ไทยโพสต์,คม ชัด ลึก, โพสต์ทูเดย์,สำนักข่าวไทย,New)108สำนักข่าวแห่งชาติ, ผู้จัดการรายวัน 360°, ข่าวสด, สยามรัฐ, เดอะเนชั่น, บางกอกโพสต์,
รายละเอียด
-พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีรื่องกำหนดวันสำคัญของชาติไทย ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ต.ค.59 ยังความเศร้าสลดอย่างยิ่งใหญ่มาสู่พสกนิกรชาวไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา ปวงชนชาวไทยทั้งปวงจึง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตระหนักถึงความสำคัญของวันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดว่าวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันสำคัญของชาติไทย ดังนี้ (1) เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (2) เป็นวันชาติ (3) เป็นวันพ่อแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.60 เป็นต้นไป นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้มีมติให้วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันหยุดราชการ

ผลกระทบ
ด้านบวก
-การเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติไทย


ข้อคิดเห็น
-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญของชาติไทย(วันที่ 5 ธ.ค.)

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. เตรียมยกเลิกรถ BRT 30 เม.ย.นี้
www.facebook.com/thairath
https://www.facebook.com/146406732438/ posts/10155295953092439
12 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 63 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกรณีคณะกรรมการบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ มีความเห็นให้ยกเลิกโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) สายสาทร-ราชพฤกษ์ ในวันที่ 1 เม.ย.60 ทั้งที่ควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในการเชื่อมต่อการเดินทาง รวมทั้งรู้สึกเสียดายงบประมาณที่ใช้ในโครงการดังกล่าว และใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกโครงการ
- ร้อยละ 37 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการ BRT เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีผู้ใช้บริการไม่มาก และทำให้ กทม. ต้องขาดทุนสะสมต่อเนื่อง

www.facebook.com/home.co.th
https://www.facebook. com/Homebuyersfanpage/posts/9823112385
18 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 78 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากรถไม่สามารถทำความเร็วได้ตามกำหนด เพราะมีรถยนต์อื่นเข้าไปใช้ช่องทางรถ BRT ซึ่งควรเปลี่ยนเป็นรถโมโนเรล เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งหลักกับสถานที่ต่างๆ
- ร้อยละ 22 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เพราะมีผู้ใช้บริการจำนวนมากและเป็นโครงการสาธารณะ แต่ควรปรับปรุงการบริหารจัดการและเพิ่มอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสม

www.facebook.com/ThailandSkyline
https://www.facebook.com/thailandskyline/photos/a.485893644885568.1073741828.485891468219119/869299643211631/?type=3& comment_id=869394283202167
76 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 81 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน จึงควรปรับปรุงการบริหารจัดการให้ดีขึ้น อาทิ เพิ่มค่าโดยสาร ขยายเส้นทางและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น กันไม่ให้รถอื่นเข้ามาใช้เส้นทาง ลดต้นทุนค่าดำเนินการ เป็นต้น
- ร้อยละ 19 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากมีผู้ใช้บริการไม่มากและระยะทางสั้นเกินไป จึงควรปรับปรุงเป็นรถ โมโนเรลแทน

www.facebook.com/NationTV22
https://www.facebook.com/NationChannelTV/ posts/10155116954657450
203 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 92 ของผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรถ BRT เนื่องจากเป็นระบบขนส่งมวลชนที่สะดวก สบาย และปลอดภัย จึงควรสอบถามความคิดเห็นของผู้ใช้บริการก่อนและพิจารณาเปิดประมูลให้สัมปทานเอกชนดำเนินการ รวมถึงปรับราคาค่าโดยสาร ขยายเส้นทางให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ นอกจากนี้ การให้เหตุผลที่ยกเลิกเพราะประสบภาวะขาดทุนสมสมเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะควรวัดความสำเร็จของโครงการสาธารณะจากด้านอื่นด้วย เช่น ปริมาณผู้โดยสาร ความเร็วของการเดินทาง มลพิษในอากาศ เป็นต้น
- ร้อยละ 8 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการรถ BRT เพราะเส้นทางไม่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนอื่น และรถไม่สามารถทำความเร็วได้ รวมทั้งทำให้เสียช่องจราจรไปหนึ่งช่องทาง

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมระบบขนส่งมวลชนรองรับประชาชนภายหลังยกเลิกโครงการรถ BRT

 

2. แก้ปัญหาจักรยานยนต์รับจ้างวิ่งบนทางเท้า
www.facebook.com/thairath
https://www.facebook.com/146406732438/ posts/10155296040967439
49 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 77 ของผู้แสดงความคิดเห็น สนับสนุน กทม. ในการแก้ปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์รับจ้าง เนื่องจากพบมีการฝ่าฝืนจำนวนมาก โดยขอให้ดำเนินการต่อเนื่องและไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนถ่ายรูปผู้กระทำผิด พร้อมป้ายทะเบียนรถมายัง กทม. ด้วย ขณะเดียวกัน ควรรณรงค์ปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชนและประชาชนเรื่องระเบียบวินัย และจัดหาพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ชั่วคราวที่เป็นสัดส่วน
- ร้อยละ 23 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้มีอำนาจปล่อยปละละเลย ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ปัญหาขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูลผู้ฝ่าฝืน

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1.สภา กทม.พิจารณางบฯ โอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว
2 ฉบับ เดลินิวส์, มติชน
รายละเอียด
-ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม.กล่าวว่าวันที่ 8 ก.พ. นี้ เวลา 10.00 น.ที่ประชุม สภา กทม. มีวาระพิจารณาญัตติขอความเห็นชอบให้ กทม. จ่ายขาดเงินสะสม 3,200 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบประมาณตามข้อบัญญัติ เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 60 ไว้ไม่เพียงพอ รวมทั้งญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 60 (ฉบับที่ ..)ขอความเห็นชอบในหลักการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ กรอบวงเงินโครงการรวม 21,415.457 ล้านบาท เป็นส่วนที่ รฟม.จ่ายไปแล้ว 3,543.778 ล้านบาท ซึ่ง กทม. ต้องชำระเป็นก้อนแรกส่วนที่เหลือ17,559.33 ล้านบาทจะเป็นเงินต้น (เงินกู้ระยะยาว) ค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

-นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า การโอนสายสีเขียวให้ กทม. รฟม. ยึดปฏิบัติตามการลงนามสัญญา (MOU) ก่อนหน้านี้ที่ให้ กทม.ยอมรับหลักการจำนวนหนี้ทั้งหมดแม้ยังไม่โอนภาระหนี้สินแต่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ได้เข้าติดตั้งระบบแล้ว

-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้หารือ รฟม. เรื่องการโอนหนี้และทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิตสะพานใหม่-คูคต มูลค่า 60,815 ล้านบาท ระหว่าง รฟม. และ กทม. เนื่องจากโครงการยังไม่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก คือ (1) การโอนหนี้สินและทรัพย์สินจาก รฟม. ไป กทม. (2) การกำหนดอัตราค่าโดยสาร และการคาดการณ์รายได้จากค่าโดยสาร และ (3) ส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเอกชนและภาครัฐ หาก กทม. เลื่อนการตัดสินใจออกไป หรือไม่มีความชัดเจน กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาให้ รฟม.เดินรถเองได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การจัดสรรงบฯ ในการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
-การเตรียมความพร้อมบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว
ด้านลบ
-หาก กทม.ยังไม่มีความชัดเจนในการรับโอนหนี้และทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวกระทรวงคมนาคมจะให้ รฟม.เดินรถเอง


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

 

2.รวมพลัง จยย.รับจ้างต้านขับขี่บนทางเท้า
5 ฉบับ มติชน, ไทยรัฐ, M2F, ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวว่า กทม.ได้จัดทำโครงการรวมพลังจักรยานยนต์รับจ้างต่อต้านคนขับรถบนทางเท้า โดยให้วินจักรยานยนต์ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา พร้อมเป็นตัวอย่างไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งมอบหมายให้ 50 สำนักงานเขตเชิญคณะกรรมการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานเขต ประชุมร่วมกับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อทำความเข้าใจ ดังนี้ (1) ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยการขับขี่รถบนทางเท้า (2) ช่วยสอดส่องไม่ให้มีผู้ฝ่าฝืนขับรถบนทางเท้าทำหน้าที่เหมือนสารวัตรนักเรียน หากพบเห็นให้ถ่ายรูปผู้กระทำผิด พร้อมป้ายทะเบียนรถแล้วส่งไปยัง กทม. เบื้องต้นให้ส่งข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. ส่วนช่องทางรับเรื่องเฉพาะ ขณะนี้ สนท.อยู่ระหว่างเปิดช่องทาง และ (3) ประชาชนทั่วไปที่เดินบนทางเท้า หรือเจ้าของอาคารที่ติดกับทางเท้า หากพบเห็นผู้ฝ่าฝืนขับบนทางเท้า สามารถถ่ายผู้กระทำผิดพร้อมทะเบียนรถส่งมายังช่องทางดังกล่าวได้เช่นกัน

-หากผู้กระทำความผิดเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้างครั้งที่ 1 จะดำเนินคดีและยึดเสื้อวิน 1 เดือน ครั้งที่ 2 ดำเนินคดียึดเสื้อวินอีก 3 เดือน และครั้งที่ 3 จะดำเนินคดี และยึดเสื้อวินเป็นเวลา 6 เดือน โดย กทม.จะทำ MOU กับรถจักรยานยนต์รับจ้างทั้ง 6 กลุ่มเขตในกรุงเทพฯ หากวินรถจักรยานยนต์ใดปฏิบัติตามความร่วมมือดังกล่าว สำนักงานเขตจะพิจารณารางวัล เชิดชูความดี หรือมอบรางวัลเป็นวินดีเด่น


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การประสานความร่วมมือและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหาผู้ฝ่าฝืนขับขี่ หรือจอดรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า


ข้อคิดเห็น
-สำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการแก้ปัญหาผู้ฝ่าฝืนขับขี่ หรือจอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์รับจ้างบนทางเท้า

 

3.ยกเลิกรถ BRT หลังสิ้นสุดสัญญา 30 เม.ย.นี้
7 ฉบับ กรุงเทพธุรกิจ, สยามรัฐ, ไทยรัฐ, M2F, มติชน, ไทยโพสต์, แนวหน้า
รายละเอียด
-พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รผว.กทม. กล่าวถึงการดำเนินโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) สายสาทร-ราชพฤกษ์ว่า คณะกรรมการบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลที่มีการศึกษา มีมติยุติโครงการนี้เพราะไม่คุ้มทุนและเพิ่มภาระงบประมาณ โดยจะยุติเมื่อสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 เม.ย.60 และจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบต่อไป รวมทั้งจะประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)มาเดินรถแทน ส่วนสถานี BRT จะให้ ขสมก.ใช้รับและส่งผู้โดยสาร นอกจากนี้ จะคืนผิวจราจรให้ประชาชนต่อไป


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การพิจารณาแนวทางบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและการจัดหาระบบขนส่งมวลชนรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก เดินรถ BRT
ด้านลบ
-ที่ผ่านมาการใช้ผิวจราจร 1 ช่องทางเพื่อรถ BRT ทำให้คนกลุ่มใหญ่ที่ใช้ถนนเกิดความรู้สึกต่อต้าน และบางครั้งมีรถยนต์ขับในช่องพิเศษ ทำให้รถ BRT ไม่สามารถทำความเร็วได้และทำให้ไม่มี ผู้โดยสาร ส่งผลให้ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 200 ล้านบาททุกปีขณะเดียวกันสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือแจ้งเตือนให้ กทม.ทบทวนโครงการมา 2 ครั้งว่าไม่ใช่ภารกิจของ กทม.เป็นโครงการที่ทำลายวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจราจร ทำเพื่อกลุ่มเป้าหมาย และไม่ได้ให้บริการกับประโยชน์สาธารณะ


ข้อคิดเห็น
-สำนักการจราจรและขนส่ง และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การเตรียมระบบขนส่งมวลชนรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกโครงการรถ BRT

 

4.เร่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่โรงเรียน กทม. 438 แห่ง
6 ฉบับ โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ, M2F, ไทยโพสต์, มติชน
รายละเอียด
-นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวกรณีโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถมประกาศหยุดการเรียนการสอนในวันที่ 6-7 ก.พ. เนื่องจากพบมีนักเรียนจำนวนมากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ว่า ได้ให้ สนอ. ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯให้ความรู้เรื่องการป้องกัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในโรงเรียนสังกัด กทม. อย่างเร่งด่วนและรายงานผลกลับมาทันที

-ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานโรงเรียนในสังกัด กทม.มีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ดังกล่าวแต่หากโรงเรียนใดพบ หรือสงสัยจะมีการแพร่ระบาดขอให้แจ้งไปยัง กทม. เพื่อให้ สนอ.ลงพื้นที่ตรวจสอบและหามาตรการป้องกัน เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง

-นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ร่วมกับ สนอ.สอบสวนและควบคุมโรคในโรงเรียนดังกล่าว พร้อมให้คำแนะนำมาตรการป้องกันโรคแก่คณะครูและผู้ปกครองแล้ว


ผลกระทบ
ด้านบวก
-มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในโรงเรียนสังกัด กทม.
ด้านลบ
-โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถมศึกษาประกาศปิดเรียน 2 วัน คือวันที่ 6-7 ก.พ. เนื่องจากพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A จากการ คัดกรองเด็กเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ป.6 พบเด็กเป็นไข้หวัดกว่า 100 คน บางรายเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จึงประกาศปิดเรียนเฉพาะห้องที่พบเด็กป่วย แต่เมื่อตรวจสอบมีเด็กเป็นไข้จำนวนมากขึ้น จึงประกาศหยุดทั้งโรงเรียน

ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักการศึกษา และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ในโรงเรียนสังกัด กทม.

 

5.เครือข่าวเยาวชนเสนอเพิ่มความเข้มงวดควบคุมจำหน่ายเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์
2 ฉบับ เดลินิวส์, M2F
รายละเอียด
- นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รผว.กทม. กล่าวกรณี นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และ น.ส.อังคณา อินทะสา ตัวแทนมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลร่วมกับนักเรียนยื่นหนังสือขอให้ กทม.ดำเนินการดูแลกวดขันอย่างจริงจังในการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์ ผับ บาร์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายและไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และไม่ขายเกินกว่าเวลาที่กำหนดอย่างเด็ดขาด อีกทั้งขอให้โรงเรียนในสังกัด กทม.สนับสนุนให้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ สนอ.ประสานสำนักงานเขต 50 เขต สถานีตำรวจนครบาล 88 สถานี เฝ้าระวังและกำหนดมาตรการต่างๆ ทั้งห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์แก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการไม่ให้เปิดเกินเวลา หรือเปิดบริการใกล้สถานศึกษา อย่างไรก็ตาม จะนำข้อเสนอแนะของเครือข่ายฯ ไปหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางดำเนินการ ซึ่งในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ สนอ.ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้แก่เยาวชน ในวันที่14 ก.พ.เน้นให้ความรู้แก่เยาวชนในการป้องกันตัวเองให้เกิดความปลอดภัย


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การกวดขันและควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เยาวชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ด้านลบ
-ปัจจุบันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1-2 ในทุกปี โดยมีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 2.5 แสนคน/ปีและมีแนวโน้มจะกลายเป็นนักดื่มประจำ ประกอบกับจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีจำนวนมากและเข้าถึงง่าย อีกทั้งธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเยาวชนและที่น่าเป็นห่วงคือ ในวันวาเลนไทน์เป็นช่วงที่วัยรุ่นให้ความสำคัญและนำไปสู่การฉลองโดยขาดสติ ส่งผลให้เกิดปัญหาความรุนแรง การคุกคามทางเพศและอาชญากรรมต่าง ๆ และเกิดอุบัติเหตุตามมา


ข้อคิดเห็น
-สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการจัดระเบียบสังคมรอบสถานศึกษา

 

6.ปรับภูมิทัศน์รอบพระบรมนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน
1 ฉบับ ไทยรัฐ
รายละเอียด
-นายประยูร ครองยศ ผอ.เขตคลองสาน กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ว่า สำนักงานเขตคลองสานอยู่ระหว่างปรับปรุงอาคารโดยรอบวงเวียนใหญ่ ด้วยการทาสีให้เป็นโทนเดียวกันและขอความร่วมมือเจ้าของอาคารรื้อย้ายป้ายโฆษณาที่ติดตั้งบนตัวอาคารเพื่อความเป็นระเบียบ

-นายมนัส ประจวบจินดา ผอ.เขตธนบุรี กล่าวว่า อาคารรอบวงเวียนใหญ่ในพื้นที่เขตธนบุรีมี 36 คูหา ขณะนี้ได้ประสานเจ้าของอาคารแล้ว คาดจะปรับปรุงแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ขณะเดียวกันได้แจ้งกรมศิลปากร ตรวจสอบพระบรมราชานุสาวรีย์ฯเพื่อปรับปรุงหากมีส่วนชำรุด ส่วนการรื้อย้ายป้ายโฆษณามีป้ายผิดกฎหมาย 11 ป้าย และป้ายที่ถูกกฎหมาย 2 ป้าย อยู่ระหว่างประสานเจ้าของในการรื้อย้าย นอกจากนี้ คณะกรรมการจัดการใช้พื้นที่รอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้กำหนดเวลาเข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เวลา 05.00-22.00 น. พร้อมขอความร่วมมือจุดธูป เทียนเฉพาะในจุดที่จัดไว้และงดปิดทองที่แท่นโดยเสนอจัดทำพระบรมราชานุสาวรีย์จำลอง เพื่อให้ประชาชนปิดทองได้


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย


ข้อคิดเห็น
-สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 

7.เริ่มปลูกป่าชายเลนบางขุนเทียน มี.ค.นี้
1 ฉบับ เดลินิวส์
รายละเอียด
-นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผอ.เขตบางขุนเทียน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ ว่า จากการติดตามคาดการณ์สถานการณ์น้ำขึ้นน้ำลง พบว่าในเดือน มี.ค.จะสามารถดำเนินการได้ เพราะช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลงจะทิ้งช่วงนาน 3-4 ชั่วโมง จึงเลื่อนการปลูกป่าในระยะแรก 5 ไร่ จากเดือน ก.พ.ออกไปเป็นเดือน มี.ค. ทั้งนี้ ในวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผว.กทม. นัดหารือความคืบหน้าการตั้ง "กองทุนปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา" คาดจะสรุปรายละเอียดการเปิดบัญชีกองทุนและการดำเนินกองทุนที่จะนำมาใช้ในการปลูกป่าชายเลนเร็ว ๆ นี้

-การดำเนินการปลูกป่าชายเลน กทม.จะเร่งรัดการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในการสร้างคันหินดักตะกอนรูปตัว T (ที-กรอยน์) เพื่อเป็นแนวกันคลื่นถาวร ซึ่งเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาวปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายงานข้อมูลเพิ่มเติมโดยเพิ่มรูปแบบโครงการที่เป็นคันหินไม่มีขาและศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการป้องกันชายฝั่งของคันหิน


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน
ด้านลบ
-การปลูกป่าชายเลนในแปลงทดลอง 5 ไร่ในระยะแรก ตามแนวทางแผนการที่วางไว้จะดำเนินการในเดือน ก.พ.มีปัญหาอุปสรรค เนื่องจากการดำเนินการในช่วงเดือน ก.พ.จะมีเวลาน้ำลงเต็มที่เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่การปลูกป่าต้องใช้เวลา ดำเนินการ 3-4 ชั่วโมง ทำให้ เดือน ก.พ.ยังไม่สามารถดำเนินการได้


ข้อคิดเห็น
-สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการปลูกป่าชายเลนทะเลบางขุนเทียน

 

8.กลุ่มบิ๊กทรีแนะเปลี่ยนดินเพิ่มแร่ธาตุต้นมะขามสนามหลวง
1 ฉบับ ไทยโพสต์
รายละเอียด
-นางอรยา สูตะบุตร แกนนำกลุ่มบิ๊กทรีโปรเจ็กต์ (Big Trees Project) กลุ่มอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในเมือง กล่าวว่า จากการสำรวจของกลุ่มอาจารย์จากนักวิชาการและเครือข่าย พบต้นมะขามกว่า 800 ต้น บริเวณรอบพื้นที่สนามหลวงมากกว่า 200 ต้น ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นที่ สสล. ฟื้นฟูไปนั้นเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ เนื่องจากเมื่อลงสำรวจเชิงลึกพบดินในบริเวณโดยรอบต้นมะขามเป็นดินเหนียวที่หมดสภาพไปแล้ว ในดินไม่มีแร่ธาตุ หรือสารอาหารใดๆ สิ่งที่แก้ไขได้คือ การเปลี่ยนดินใหม่ทั้งหมด ขณะที่การตัดแต่งต้นไม้ที่ไม่ถูกวิธีเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นไม้เกิดโพรงและเป็นที่อยู่อาศัยของปลวก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล รวมทั้งสำรวจต้นมะขามต้นใดเป็นโพรงมากน้อยแค่ไหน และทำรั้วล้อมรอบต้นมะขาม

-ส่วนกรณีจะมีการย้ายต้นมะขามบริเวณสนามหลวง เพื่อเตรียมการสร้างพระเมรุมาศต้องการทราบว่า กทม.จะนำออกไปไว้ที่ใด และหากเสร็จงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กทม.จะดำเนินการย้ายต้นมะขามทั้ง 50 ต้นกลับคืนมาหรือไม่


ผลกระทบ
ด้านบวก
-การมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูต้นมะขามรอบพื้นที่สนามหลวง
ด้านลบ
-การนำอิฐ หรือซีเมนต์ไปวางทับบริเวณรอบต้นมะขาม แม้เป็นการทำให้ทัศนียภาพดูดี แต่ต้นไม้ไม่ชอบเพราะอิฐจะส่งผ่านความร้อน การปลูกพืชคลุมรอบโคนต้นมะขามจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


ข้อคิดเห็น
-สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์การฟื้นฟูต้นมะขามรอบสนามหลวง และการย้ายต้นมะขาม เพื่อใช้พื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ

ให้เรตสมาชิก

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน

1. สำรวจจุดเสี่ยงอาชญากรรมทั่วกรุงเทพฯ
www.dailynews.co.th
https://www.dailynews.co.th/bangkok/553194
28 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 86 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สำรวจจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวน 217 แห่ง นั้น เมื่อทราบปัญหาแล้ว นอกจากการป้องกันด้านกายภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรออกลาดตระเวนสอดส่องดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดเสี่ยง
- ร้อยละ 14 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายแห่งที่เป็นจุดเสี่ยง ซึ่งประชาชนต้องระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย

ข้อเสนอแนะ
สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ สำนักการโยธา สำนักงานเขต และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลในการแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับพื้นที่รกร้าง

 

2. จัดทำเสากั้นรถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้า
www.facebook.com/เฮ้ยนี่มันฟุตบาทไทยแลนด์
https://www.facebook.com/ThailandFootpath
75 ความคิดเห็น

- ร้อยละ 76 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า กรณีในสื่อสังคมออนไลน์มีการส่งต่อภาพการจัดทำเสากั้นบริเวณทางลาดทางเท้าในพื้นที่เขตบางกอกน้อยและเขตบางกอกใหญ่ เพื่อไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นมาขับขี่บนทางเท้า แต่ไม่ได้ทำเป็นรูปตัว S ทำให้ผู้ใช้วีลแชร์ไม่สามารถใช้ทางเท้าได้ นั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้พิการ ทั้งที่ควรหาวิธีการอื่นในการแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้
- ร้อยละ 24 ของผู้แสดงความคิดเห็น เห็นว่า หากจะแก้ไขปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางให้ได้ผล ควรเพิ่มโทษปรับและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมทั้งพิจารณาจัดทำแอพพลิเคชั่นให้ประชาชนสามารถส่งรูป หรือคลิปวิดีโอ แล้วให้ส่วนแบ่งค่าปรับ

ข้อเสนอแนะ
สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตบางกอกน้อย สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ และกองประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์การตรวจสอบและแก้ไขการจัดทำเสากั้นรถจักรยานยนต์บริเวณทางลาดทางเท้า เพื่อให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์สามารถใช้ทางเท้าได้